หลังจากที่เราได้ปรึกษากับเพื่อน ก็ตัดสินใจว่าคงต้องกลับไทย แต่ไหน ๆ มาถึงแล้ว ก็อยู่เที่ยวสักนิดนึง ก่อนกลับ เพราะค่าบ้านก็จ่ายไปแล้ว 4 วีค ส่วนเราก็ได้แฟนส่งเงินมาพอสำหรับค่าเปลี่ยนตั๋ว 8000 บาท และกินใช้นิดหน่อย จนกว่าจะถึงวันกลับ ตอนนั้นเราเฟลมาก สิ่งที่ตั้งใจว่าจะมาหาเงินกลับไปจ่ายค่าเทอม คืนค่าตั๋วเครื่องบินให้น้า ตอนนี้พังหมด

..

พี่เจ้าของบ้านแนะนำว่า ระหว่างนี้ให้ลองไปหางานที่รับเงินสดทำ เผื่อเก็บตังได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่มันไม่ง่าย มันหาไม่ได้ มันไม่มีงานไหนที่จะทำได้สำหรับคนที่มาแบบไม่ถูกต้อง มันอันตราย ถ้าอิมมิเกรชั่นลงตรวจ จะถูกส่งกลับ และเสียประวัติ ไม่สามารถขอวีซ่าเข้าออสเตรเลียได้อีกต่อไป และมีผลกับการขอวีซ่าไปประเทศอื่น ๆ ด้วย ที่ออสเตรเลีย มีหลายคนที่หลบเป็นผีน้อย แต่ชีวิตต้องอยู่แบบหลบซ่อน ป่วยไม่สบายจะหาหมอยังยากเลย บางคนถูกกดค่าแรงและไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองมาแบบผิดกฏหมาย

..

ระหว่างที่เราทนใช้ชีวิตแบบรอวันกลับบ้าน เราก็ช่วยงานพี่เจ้าของบ้าน เราทำการบ้านให้พี่เจ้าของบ้าน ตอนนั้นพี่เจ้าของบ้านลงเรียน บัญชี (พี่เค้าเป็นซิติเซ่นแล้วนะคะ) แล้วทำงานไปด้วย พี่เจ้าของบ้าน เป็นผู้จัดการซุปเปอร์มาเก็ต และเป็นบาริสต้าด้วย ตอนนั้นพี่เค้าทำงานหนัก ก็เลยให้เราช่วยทำการบ้าน ก็พวก พิมพ์รายงาน เย็บเล่ม ตรวจคำผิด อะไรประมาณนี้ แล้วก็ให้ค่าขนมเรา

ส่วนพี่เจ้าของบ้านอีกคน (มีเจ้าของบ้านสามคน เค้าเป็นพี่น้องกัน) ก็จะชอบให้เราทำกับข้าวให้ เพราะเค้าทำกับข้าวไม่เป็น เราที่มียายเป็นแม่ค้าขายอาหาร และอย่างที่เคยเล่าปูเรื่องไปใน เดอะซี่รี่เธอเป็นออสซี่ได้ยังไง ว่าเราชอบทำอาหาร และอยากเป็นเชฟ เราจึงทำอาหารได้หลากหลายแล้วก็ถูกปากพี่ ๆ เจ้าของบ้าน จนเค้าเอ่ยปากว่า ฝีมือแก อร่อยกว่าร้านไทยในซิดนีย์หลายร้านเลย แต่ด้วยความจน ทำให้ต้องเรียนวิศวะ เพื่อยกระดับฐานะครอบครัว

..

พี่เจ้าของบ้านจะแบ่งอาหารให้เรากับเพื่อนตลอดทำให้ประหยัดเงินไปได้มาก และให้ค่าขนมที่ช่วยทำอาหารให้เค้า หรือบางที่ก็ไม่รับเงินทอนจากการใช้เราไปซื้อกับข้าว ส่วนพี่เจ้าของบ้านคนที่ 3 ก็จะชอบให้เราแต่งหน้าให้ เพราะอย่างที่เคยเล่าไป เราวาดรูปเก่ง ก็เลยพอมีฝีมือแต่งหน้าอยู่บ้าง เวลาพี่เค้าจะไปออกเดท ก็จะมาให้เราแต่งหน้าให้ แล้วก็ให้ค่าขนมตอบแทนเราที่ช่วยแต่งหน้าให้พี่เค้า และด้วยที่เราเรียนวิศวะมา เวลาที่ในบ้านมีปัญหา เราก็มักจะช่วยซ่อมให้พี่ ๆ เค้า เช่น อ่างล้างจานตัน เปลี่ยนก๊อกน้ำ เราแทบไม่ได้ใช้เงินเลย ก็มีเงินที่แฟนส่งมาให้ กับเงินที่เก็บเล็กผสมน้อยจากการช่วยงานพี่ ๆ เจ้าของบ้าน

..

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันที่เรากับเพื่อนจะต้องกลับไทย ด้วยความผูกพันกับพี่ ๆ ที่ถึงแม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เป็นช่วงที่ลำบากที่สุดในชีวิต พี่ ๆ ที่เอ็นดูและสงสารในชะตากรรมของเรา วันนั้นพี่ ๆ ซื้อของมาเยอะมาก ให้เราทำกับข้าว กินเลี้ยงกันก่อนที่เราจะกลับ เราทำอาหารหลายอย่าง หนึ่งในนั้น คือ ไข่พะโล้ เราทำไข่พะโล้สูตรที่ยายเราสอน พี่เจ้าของบ้านกินเข้าไปแล้วบอกว่า ไอ้พัด ทำไมแกทำอร่อยขนาดนี้วะ แกนี่แม่งมีพรสวรรค์มากนะ เราเลยเริ่มเล่าเรื่องของเรา

..

ความฝันของเราที่อยากเป็นเชฟ แต่ต้องเลือกที่จะเรียนวิศวะ เพราะฐานะทางบ้าน เราบอก ถ้าเราเลือกได้ เราก็อยากอยู่ที่นี่นะ เพราะจากที่เราเห็นพวกพี่ ๆ และคนอื่น ทุกอาชีพที่ออสเตรเลีย มีความมั่นคง และเท่าเทียมกัน พี่เจ้าของบ้านคนนึง พูดขึ้นว่า “ไอ้พัด แกอยากเป็นเชฟ ก็เป็นสิวะ ที่นี่ออสเตรเลีย แกเป็นได้ทุกอย่างที่อยากเป็น” พรุ่งนี้ไปคุยกับเอเจนซี่ แล้วแกมีเงินเท่าไหร่ ขาดเท่าไหร่มาบอกพี่ พี่ออกให้ก่อน แล้วพอได้วีซ่านักเรียน ทำงานแล้วค่อยหามาคืน คนอย่างเอ็ง หนักเอาเบาสู้ มีความสามารถ มีพรสวรรค์ พี่เสียดาย ไม่อยากกลับก็ไม่ต้องกลับ อยู่เรียนมันที่นี่แหละ!!!!

..

เราตอนนั้น สับสนมาก พี่เค้าพูดจริงหรอวะ เราที่พล่ามบอกคนทั้งครอบครัวมาตลอดว่าอยากเป็นเชฟ แต่ทุกคนต่างคิดไปทางเดียวกันว่ามันทำไม่ได้ บ้านเราจน เราต้องเรียนอาชีพที่มั่นคง เพื่อยกฐานะครอบครัว แต่วันนี้ ที่นี่ออสเตรเลีย มีคนได้ยินเสียงเรา ได้ยินความฝันของเรา แล้วบอกเราให้ทำในสิ่งที่เป็นตัวเอง เราเลยถามย้ำพี่เค้า ว่าพี่พูดจริงหรอ พี่เค้าก็ตอบ เออจริง พรุ่งนี้ไปคุยกับเอเจนเลย ชีวิตแก อยากเป็นอะไรเป็น ทำให้สุด ทำให้แม่เห็นว่าเราทำได้ พี่รู้จักแกไม่นาน แต่พี่ว่าพี่ดูคนไม่ผิด เรานี่น้ำตาไหลเลย ยกมือไหว้พี่เค้าท่วมหัว

..

คืนนั้นเรานอนคิดทั้งคืน ว่าเราจะอยู่ต่อ หรือจะกลับไปเรียนวิศวะต่อให้จบ เพราะใกล้จะจบแล้ว ไหนจะแฟนที่รอเราอยู่อีก แล้วเราก็ยังไม่ได้บอกแม่เลย เราคิดทั้งคืน ก่อนจะตัดสินใจโทรไปคุยกับแฟนเรา เราเล่าเรื่องทั้งหมดให้แฟนเราฟัง แฟนเราพูดคำเดียว นี่มันฝันของพัดนะ พัดทำเลย พี่จะรอ เรียนเชฟจบแล้วค่อยกลับมาแต่งงานกัน พัดอยากเป็นเชฟมาตลอด พัดรักการทำอาหาร พี่จะเอาเหตุผลแค่พี่รักพัด แล้วรั้งพัดไว้ไม่ให้ไปตามฝันของตัวเองได้ยังไง ทำเลยทำให้สำเร็จนะ เรานี่ปล่อยโฮเลย มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งสับสน ทั้งตื้นตัน ทั้งกลัวว่าจะตัดสินใจผิด มันเป็นความรู้สึกที่เราไม่มีวันลืม

เราจะมาเล่าต่อใน ep หน้า กับการหาเอเจนซี่ทำวีซ่านักเรียน และเราก็เจอแจ๊คพอต อีกแล้ว วีซ่านักเรียนถูกปฏิเสธ เพราะเอเจนซี่ ยื่นวีซ่าผิดประเภทให้เรา จนเราต้องขึ้นศาล ร้องขอความเป็นธรรม!!
เรื่องของเราในความโชคร้ายยังมีความโชคดี มีคนเมตตา แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเจอคนดีแบบที่เราเจอ เพราะฉะนั้นไตร่ตรองให้ดี ตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเดินทาง การทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี และปลอดภัยที่สุด


เนื้อหาจากกลุ่มเฟซบุ๊ค โยกย้ายมาส่ายสะโพกโยกย้าย

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By กาเหว่า
Load More In Over Sea