เพื่อนมันบอกให้รีวิวชีวิตในอเมริกา วีซ่านักเรียน วีซ่าศิลปิน (ช่างภาพ) วีซ่าคนทำงานในฟาร์ม วีซ่าแต่งงาน

สวัสดีค่ะ ชื่อ ญดา ค่ะ มานิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อ 22 ตุลาคม 2015 วีซ่า นักเรียน (F-1) ทีแรกก็กะมาเรียนภาษา และเรียนแฟชั่น เรียนถ่ายรูปเพื่อนเอาใบประกาศนียบัตรแฟชั่นจาก นิวยอร์กสวย ๆ แล้วกลับไทย เฉย ๆ ไม่ได้กะตั้งหลักตั้งฐานขนาดนี้

5 เดือนแรก (พฤศจิกายน 2015 – มีนาคม 2016) ไม่ได้ทำงานค่ะ ยังงง ๆ ชีวิต ทั้งคน ภาษา สถานที่แปลกตาไปหมด เลยต้องปรับตัว (เปล่า ขี้เกียจแหล่ะ) ก็ใช้เงินเก็บที่มาจากไทย แชร์ห้องพักกับเพื่อนไม่แพงเท่าไหร่แต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แต่ไม่เกิน $500 (15,000บาท) แต่อยู่ห่างจากแมนแฮตตัน 30-45นาที อาหารการกินไม่ค่อยเท่าไหร่ กินไม่เยอะ

เริ่มทำงานเป็นแคชเชียร์ พาทไทม์ ร้านขายของของญี่ปุ่น เดือนเมษา 2016 ชั่วโมงล่ะ $13 (390บาท) 30-35 ชั่วโมง/สัปดาห์ เงินเดือน ราว ๆ 50,000 – 55,000

เดือน มิถุนา 2016 เริ่มทำงานเป็นสาวเชียร์ไวน์ คล้าย ๆ สาวเชียร์เบียร์บ้านเรา ค่าตัวชั่วโมงล่ะ 270 บาท วันหนึ่งทำ 5-6 ชั่วโมง (6โมงเย็น – เที่ยงคืน) ค่าเปิดไวน์ ขวดล่ะ $10 หรือ 300บาท คืนไหนพีคสุด ๆ มีปาร์ตี้ไรงี้ได้ถึง 30 ขวดก็มี มีได้ทริปอีกต่างหาก ทริปนี้จะได้เยอะ อย่างเช่นคืนที่ไม่ได้เลยทริปจะได้ 7000 บาทไรงี้ เดือนที่พีคที่สุดจะเป็นช่วงหน้าร้อน 350,000 – 400,000 บาท ต่อเดือน แต่เราทำได้ไม่นานนะ แค่ 7-8 เดือน เพราะร่างกายแย่ นอนดึก กินแอลกอฮอล์ทุกวัน เรียนก็หนักเลยไม่ไหว

เลยซื้อกล้องเบนเข็มกลับเข้าสู่โหมดช่างภาพ เพราะอยู่ไทยเราก็เปิดเวดดิ้ง สตูดิโอ มานี่ก็เลยจะสานต่อ เมืองแฟชั่นเลยนะ นิวยอร์ก เริ่มแรก ก็เป็นอาสาสมัครถ่ายฟรีในแฟชั่นวีค สร้างโปรไฟล์ก่อนและสร้างคอนเนคชั่น งานแรกที่ได้เงินคือถ่ายแฟชั่นโชว์ ได้ $600 (18,000บาท) 6 ชั่วโมง ต่อมาก็รับถ่ายงานที่เราถนัด พรีเวดดิ้ง เด็กแรกเกิด งานปาร์ตี้ คนท้อง ครอบครัว 24,000 บาท/4 ชั่วโมง งานแต่งงาน 70,000บาท/6 ชั่วโมง แพงเพราะมีผู้ช่วยด้วย เป็นช่างภาพนี้รับงานถ่ายรูปเดือนหนึ่ง 7-8 งาน งานแต่งอีก 1 งาน รายได้ราว ๆ 200,000 บาท ขึ้นไปแล้วแต่ความขยันรับงาน แต่เราขี้เกียจทั้งเรียน ทั้งทำงานเหนื่อย ไหนต้องเจียดเวลาออกเดทผู้ชายอีก เหนื่อยมากแม่ รายได้แค่นี้แหล่ะเบา ๆ พอ

ป.ล. รับงานต่างรัฐ ค่าเครื่องค่าที่พักลูกค้าเป็นคนออกนะคะ สนุกมากเพราะได้เที่ยวด้วย

เจอกับสามีจาก Tinder เดทแรก สิงหาคม ปี 2017 คบกันได้ปีหนึ่ง ช่วง สิงหาคม 2018 เขาขอห่างเรา แต่ไม่ได้เลิกนะ แต่เค้าบอกเปิดโอกาสให้เราเดทคนอื่นได้ เราก็อะไรของมึงไม่เลิกแต่ให้เดทคนอื่น เออ…..งั้นกูบวชชีพราหมณ์ล่ะกัน ช่วงนั้นเลยเข้าแต่วัด แล้วแบบคิดว่าถ้ามึงไม่กลับมา กูจะทำงานเก็บเงินแล้วหมดวีซ่าเมื่อไหร่ กูจะกลับบ้านหาพ่อแม่ลูกกูล่ะนะ แต่สรุปเขากลับมาเดือน ตุลาคม 2018 แต่ก็นะ เราก็เบรค ๆ ตัวเองออกมา ไม่คิดหวังจะได้ลงหลักกันก็คิดแค่ว่าคบ ๆ ไปล่ะกัน ถ้าไม่จริงใจจริงจังหมดวีซ่าก็กลับไทย เพราะลูกอยู่ไทย แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะดูท่าทางไทยจะแย่ ลืมตาอ้าปากไม่ได้แน่ ๆ อะไร ๆ ก็ดิ่งลงเหว เลยหาวิธีจะอยู่ต่อด้วยวีซ่าศิลปินสาขาช่างภาพ ก็เก็บสะสมผลงานที่เด่น ๆ ของตัวเองที่ทำกับบริษัทใหญ่ ๆ ติดต่อบริษัทที่เราสนิทเพื่อให้เค้าเป็นสปอนเซอร์ให้ ยื่นพอร์ทงานหลาย ๆ บริษัท แต่เพราะโควิดมั้ง สิงหา 2020 เค้าขอเราแต่งงาน โควิดเป็นเหตุสังเกตุได้

อ่ะทีนี้ แพลนชีวิตเปลี่ยนทันที ดำเนินการขอกรีนการ์ดให้ตัวเองกับลูกก่อน หลังจากเราได้กรีนการ์ดแล้วจะขอให้พ่อกับแม่ แล้วตอนนี้เรากำลังทำฟาร์มกุหลาบ ฟาร์มดอกบัว แล้วจะเป็นสปอนเซอร์ให้น้องชายกับน้องสะใภ้ จะบอกว่าวีซ่าคนทำงานในฟาร์มนี้ ได้ 2 ปี หลังจาก 2 ปีสามารถแอพพลายขอกรีนการ์ดได้ แต่ข้อมูลยังไม่ชัวร์นะ เรากำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่ได้เรื่องยังไงจะมาอัพเดท

ส่วนตัวเรา การออกเดทนั้นใช้ Tinder นะ แต่แบบจ่ายเงิน VIP หรือ Gold member หรือเปล่าไม่รู้จำไม่ได้ จำได้แค่ว่าเราเสียเงินอ่ะ คือมันดีตรงที่มันจะคัดคนประมาณหนึ่งไรงี้มั้งเราคิดว่า เพราะที่เราเดทส่วนใหญ่ก็หมอ ทนาย เจ้าของธุรกิจแบบมิเลี่ยนแอร์ไรงี้ แต่ก็อย่างว่าแล้วแต่ดวงด้วยเรื่องพวกนี้ ใครจะคู่ใครมันก็มีเซ้นส์เองแหล่ะว่าใช่หรือไม่ใช่ จริงไหม

ปัจจุบันก็ยังเป็นช่างภาพค่ะ แต่เป็นแม่บ้านซะส่วนใหญ่ อยู่บ้านเลี้ยงหมา อ้อสามีเป็นหมอจัดกระดูก มีคลินิกเป็นของตัวเอง 2 แห่ง ในนิวยอร์ก เปิดคลินิกร่วมกับเพื่อนอีก 2ที่ เค้าไม่อยากให้ทำงานนอกบ้าน เค้าเลยซื้อที่ดินให้เราทำฟาร์มกุหลาบฟาร์มบัวใกล้บ้าน แต่เราก็ยังรับงานถ่ายรูปบ้าง เป็นพาทไทม์  ****อันนี้อวดผัว ไม่มีสาระใด ๆ ***

เนื้อหาจากกลุ่มเฟซบุ๊ค โยกย้ายมาส่วนสะโพกโยกย้าย

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By กาเหว่า
Load More In Over Sea