อยากแชร์ประสบการณ์เก็บเงินเรียนโทที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย แล้วก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยครับ #ทีมออสเตรเลีย

ตอนนี้ทำงานด้าน Cyber security ที่เมลเบิร์น ก่อนอื่นคือบ้านผมมีฐานะไม่ดีมากนักแต่ก็ไม่ลำบากมาก แต่หลังเรียนจบผมมีเงินเก็บก้อนนึงที่เก็บได้จากทุนการศึกษาต่าง ๆ ตอนเรียนป.ตรีที่ไทย (เจอทุนไหนขอหมดครับ ทั้งในทั้งนอก แถมไม่บอกใครด้วย 555) ตอนนั้นเกือบจะใช้เงินก้อนนี้ไปดาวน์รถละ

.

แต่วันนึงก็นึกถึงความฝันตอนเด็กที่อยากไปใช้ชีวิตต่างประเทศสักครั้งเพราะเป็นคนชอบภาษาอังกฤษตั้งแต่ติด UBC ตอนอายุ 14 ปี เลยตัดสินใจวางแผนจะมาเรียนภาษาไม่ที่แคนาดาก็ออส แต่ดวงดันมาหล่นที่ออสเพราะที่บ้านบอกว่าจะหนีไปหาหมีขั้วโลกเหนือที่แคนาดาเหรอ มันไกลไป สรุปเลยเลือกไปเรียนภาษาที่ออส 6 เดือน

.

บินมาถึงวันแรกก็ดราม่าเลยครับ พี่คนไทยที่ผมจองบ้านเอาไว้ลืมต่อน้ำ ต่อไฟให้ที่พัก เลยต้องมานอนที่ร้านอาหารพี่เค้าเกือบอาทิตย์นึง แต่ก็ยังมีเรื่องดี ๆ คือ ได้งานนวดวันถัดมาเลยกับร้านใกล้ ๆ ที่พัก อ้อ ลืมบอกไปว่าก่อนเดินทางผมไปเรียนนวดไทยกับวัดโพธิ์เผื่อไว้

แพลนแรกก็จะมาเรียนภาษาแค่ 6 เดือน อยู่ไปอยู่มาดันชอบเฉย เลยขอวีซ่าเรียนดิปโพม่า IT อีกปีนึง แบบอยู่ไป ทำงาน เที่ยว เล่นไปวัน ๆ พอวีซ่าใกล้หมดก็คิดว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ละ ต้องวางแผน จริงจังกับชีวิต ไม่งั้นก็กลับไทยยาวว เลยเตรียมตัว ศึกษาหาข้อมูลเรียนโท แต่เห็นราคามอใหญ่ ๆ แล้วแบบ WTF $50-70k ต่อหลักสูตร

มาเจออีกตัวที่ Swinburne University ซึ่งเป็นมหาลัยระดับกลางที่ดังด้านเทคโนโลยีมีหลักสูตร Computer Network and Cyber security ราคาประมาณ $44k พอดีเลย อยากเรียน Cyber security มานานละ เลยคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดและวางแผนทำวีซ่า Work and Holiday เพื่อเก็บเงินหนึ่งปีเต็ม (ข้อมูลที่ลิงค์นี้ https://www.facebook.com/Thaiwahclub)

.

พอได้วีซ่า Work and Holiday มา ตอนแรก ๆ ก็กลับมาทำงานนวดเหมือนเดิม แต่เงินไม่ถึงเป้า ผมเลยไปทำงานโรงงานทำป้ายไฟ และก็รับงานซ่อมคอมกับมือถือที่บ้าน พอวีซ่าใกล้หมดเลยติดต่อเอเจ้นพี่คนไทย (ดูแลดีมากก บอกใบ้ให้ว่าพี่เค้าเป็นคนดูแลเพจ Thaiwahclub)

ซึ่งการเรียนโทจะต้องใช้ผลภาษา IELTS หรือ PTE แต่ผมเลือกที่จะเรียนภาษาเตรียมพร้อมสำหรับเรียนโทเพราะวีซ่าจะได้ไม่ขาดและจะได้ไม่ต้องบินกลับไทย หลังจากนั้นก็จ่ายเงินที่เก็บมาไปกับค่าเทอมแรก ค่าวีซ่า และค่าเรียนภาษาให้กับพี่เอเจ้น ตอนแรกก็คิดว่าจะชิวๆละ เพราะจากที่คำนวณไว้ตอนแรกคือต้องหาเงินเพิ่มอีกแค่เทอมกว่า ๆ แต่กรรมซัดซ้อน ดันป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลที่นี้หมดไปเกือบ $4000 แถมงานก็ต้องหยุด แต่ยังดีที่มีประกันช่วยไว้บ้าง

..

หลังจากเริ่มเรียน ผมก็เริ่มทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ผมพยายามยัดตารางเรียนให้เหลือแค่ 3 วันต่ออาทิตย์ นอกนั้นทำงานหมด ทั้งนวด ทั้งซ่อมคอม ซ่อมมือถือ ทั้งงานขับรถรับส่ง มีงานไหนเอาหมด บางวันก็แอบโดดเรียนเพื่อไปทำงาน (ที่นี้คือโดดได้หมดยกเว้นแลป) แล้วค่อยมาเรียนเองตอนดึกหรือเข้าห้องสมุดตอนเที่ยงคืน ตอนปีแรกนี้ท้อมาก เกรดผมได้แค่ 2 นิดๆ เพราะโฟกัสกับการทำงานมากเกินไปจนเรียนไม่รู้เรื่อง ผมเกือบท้อจนกลับไทย แต่ก็ต้องสู้เพราะตัดสินใจมาแล้ว

โชคดีที่มีเพื่อนดี ๆ คอยติวให้ เกรดเทอมที่สามก็เริ่มเห็นเกรด B มาบ้าง และเทอมสุดท้ายก็แค่ทำงานเพื่อค่าอยู่ค่ากินเลยสามารถโฟกัสกับการเรียนได้เต็มที่เกรดเลย A หมด เอาจริงๆคืออยากให้เพื่อนๆวางแผนการเงินดี ๆแล้วโฟกัสการเรียนมากกว่างานนะครับ แต่เคสผมมันจำเป็นต้องงานมาก่อนจริง ๆ (No money, no uni)

..

หลังจากเรียนจบ ที่ออสจะมีวีซ่าให้ทำงานต่อสองปี ที่นี้การแข่งขันสูงมาก LinkedIn และเน็ตเวิร์คจำเป็นสุดในการหางาน ผมส่งresumeไปเกือบร้อยที่ มีเรียกสัมภาษณ์แค่ 4 ที่ สุดท้ายมีบริษัทด้าน Cyber security โดยตรง ที่บอสเป็นคนชิวมากกก ติดต่อผ่าน LinkedIn มา ละก็ไปสัมภาษณ์แล้วผมก็เลยลงเอยกับที่นี้มาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากเริ่มทำงาน ที่นี้ตามกฎหมายจะมีวันหยุดพักร้อนให้ปีละอย่างน้อย 20 วัน และสามารถซื้อวันลาพักร้อนได้ ตอนนี้ก็ขอคืนช่วงชีวิตที่สังเวยไปให้กับป.โท ด้วยการเที่ยวแหลกลานละครับ


เนื้อหาจากกลุ่มเฟซบุ๊ค โยกย้ายมาส่วนสะโพกโยกย้าย

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By กาเหว่า
Load More In Over Sea