หลายคนอยากไปอเมริกา แต่สมัย DJT (โดนัล ทรัมป์) โหดมากเพราะแบนคนต่างชาติ กีดกันแรงงานข้ามชาติ ขอวีซ่ายากมาก แค่ไปเที่ยวจริงบางคนยังโดนปฎิเสธเลย หลัง โจ ไบเดน ขึ้นเป็น ปธน. เปลี่ยน กม. เยอะมาก อะไรที่ยุค DJT. ทำเราจะไม่ทำ!!!

แต่ยุคนี้คือมี DV ให้กรีนการ์ดให้กับคนที่เข้าไปตั้งรกรากมากและง่ายขึ้น และเพิ่มโควต้าวีซ่าทำงานเพื่อดึงดูดแรงงานข้ามชาตืหรือคนเข้าประเทศ

อ้างอิง https://www.nytimes.com/live/2021/02/18/us/joe-biden-news

วันนี้เรามาแชร์ประสบการณ์ยื่นวีซ่าท่องเที่ยว USA เมื่อปี 2018 ที่ทำเอง เล่นเอง นักเลงพอ ไม่ง้อนายหน้า… ใครอยากย้ายไป ลองไปเที่ยวหรือดูบรรยากาศก่อนก็ถือว่าดีนะ #ทีมอเมริกา

—————————————–

หลายคนบอกว่าการยื่นเอกสารและติดต่อสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) ของอเมริกาโหดมาก เมื่อกลัวไม่ผ่านจึงคิดพึ่งเอเยนต์ที่ราคาโคตรแพง ซึ่งตอนแรกเจนเป็นหนึ่งในนั้น โพสต์นี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ วิธีดำเนินการจนเสร็จสิ้นกระบวนการ … ขอเองแม่งง่ายและถูกกว่าเยอะ!

ตอนแรกรุ่นพี่แนะนำเอเยนต์เจ้าหนึ่งมาให้ ราคา 10,000 บาท (รวมค่าธรรมเนียนวีซ่า) ต่อรองจนเหลือ 8,000 บาท (ถ้ารวมค่าแมสเพิ่มอีก 500 บาท) โอนเงินไปให้เรียบร้อย เหลือแค่ส่งเอกสารไปให้เพื่อกรอก แนะแนวการตอบคำถาม แต่พอไลน์ถามชอบเหวี่ยง คือคนมันไม่รู้ สงสัย เลยถาม กลับพูดจาไม่ดี (แบบว่าเมิงต้องง้อกู) สุดท้ายช่างแม่ง ไม่เอาแล้ว ขอเงินคืนจะไปทำเอง ยังหักค่าคุยไลน์ 500 บาท (โอนคืน 7,500) และเริ่มปรึกษาเพื่อนและหาข้อมูลในเนตไปเรื่อย ๆ

ตั้งกล้องถ่ายรูปเองแบบประหยัด (ไปร้านแพงแถมถ่ายไม่ถูกใจอีก) กรอก DS-160 เสร็จแล้วไปสมัคร user ในเวบ จ่ายค่าธรรมเนียม 5,440 บาทที่แบงค์กรุงศรี พอเงินเข้าระบบเลือกวันสัมภาษณ์ ซึ่งโชคดีมากได้คิวดี คือ เข้าระบบวันที่ 6 ส.ค. ได้คิว 9 ส.ค. (ทริคคือรอคนยกเลิกช่วงเที่ยงคืน-ตี 2)

ความเครียดเริ่มครอบงำเมื่ออ่านรีวิวในเนต ผู้หญิงหลายคนที่ไปเที่ยวคนเดียวไม่ผ่านวีซ่า อ้างว่าอายุน้อยบ้าง ดูน่าจะโดดงานบ้าง statement ไม่ดีบ้าง บางคนทำงานรัฐวิสาหกิจ 7 ปียังไม่ได้เลย ยิ่งยุคของทรัมป์นี่ยิ่งหินมาก แต่ชีวิตไม่มีอะไรจะเสียละ ตอนนี้เหลือแค่เดินหน้า เตรียมคำตอบของคำถามยอดฮิตที่มักจะถูกถาม

“ไปเมืองไหน / ไปทำอะไร / ไปกี่วัน / ไปกับใคร”

วันสัมภาษณ์ 9 ส.ค. ได้คิว 9.30 น. แต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อย แต่งหน้าเบาๆ รีบออกแต่เช้านั่ง MRT ไปลงสถานีลุมพินี เดินข้ามถนนเอากระเป๋ามาฝากที่ห้องน้ำสวนลุมขาประจำ แค่ 5 บาท!! (ไม่อนุญาตให้เอากระเป๋าเป้เข้า ถ้าไปฝากหน้าสถานทูตมี 100 บาท) แล้วก็เดินสวยๆ ไปถึงตั้งแต่ 8 โมงไม่รู้จะไปไหนละ ไปนั่งรอข้างในละกัน พร้อมยื่น passport และใบนัดสัมภาษณ์ที่ปรินท์ให้ จนท. ฝากมือถือ หูฟัง และนาฬิกาการ์มินด้านหน้า เมื่อเดินเข้าข้างในพบคนรอต่อคิวเพียบ แอบเหล่หัวกระดาษเขียน 7.00!!!!

เฟ้ดเฟ่ ตอนนั้นจะ 8.30 น. แล้ว แต่คิว 7.30 น. ยังไม่ได้เข้าไปเลย มันถามละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอฟ่ะ!?! นั่งรอแล้วรออีกจนหลับไปหลายตื่น ในที่สุดพนักงานก็เรียกคิว 9.30 น. แต่เวลาจริงๆปาไป 10.00 น. กว่าแล้ว ตรวจเอกสาร จดทะเบียนเลขพัสดุ พอเข้าไปด่านแรกคือ จนท.ไทย ถามเบื้องต้นและพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วต้องไปพิมพ์อีกนิ้วที่ช่อง 10 เป็น จนท.อเมริกันแต่พูดไทยได้ เสร็จสิ้นกระบวนการก็ยืนต่อแถวหางงูรอโดนเฉือดหน้าตู้กระจก

ด้านหน้าเป็นตู้กระจก 5 ช่อง มี จนท.สถานทูต ยืนอยู่ข้างใน วันนี้เปิดแค่ 3 เมื่อถึงคิวก็เดินไปสัมภาษณ์ตามช่อง ไม่มีการสัมฯเป็นไทยเลย อังกฤษล้วนๆ พูดกันหูดับตับไหม้ พี่คนข้างหลังถึงขั้นหวาดกลัวเพราะอังกฤษไม่คล่อง บางคนเงอะๆงะๆ แต่ก็ผ่านด้วยดี ช่วงนั้นกดดันมากแต่ตามคำแนะนำของพี่ Anna Visa บอกว่าให้มั่นใจ ยิ้ม แล้วก็จ้องตามัน ช่วงที่ยืนในแถวพยายามไม่ทำหน้ากังวลหรือเก็บกด ผ่อนคลาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สัมภาษณ์แต่ถ้าเกิดเขามองเห็นเราอย่างน้อยมันน่าจะช่วยได้

คิวเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่สามีภรรยาวัยกลางคนกลับไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเพราะ จนท. ผู้ชายถามแบบละเอียดมาก และแกก็พูดอังกฤษแทบไม่ได้ ในขณะที่อีกช่องเป็น จนท. ผู้หญิง ดูชิวๆ สัมจบไป 3 คน แล้ว สุดท้ายคู่ผัวเมียนั้นก็ต้องแห้วรับประทานเพราะเขาให้เหตุผลว่าพวกคุณอายุมากเกินไป และเป็นเจ้าของธุรกิจ เราไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้

เวงละ!!! จนท.ผู้ชายแม่งเคี้ยว ขอให้คู่ผัวเมียออกก่อนอีกช่อง เพื่อที่ผู้ชายข้างหน้าจะได้โดนเชือดต่อแทน ส่วนเราจะได้ช่อง ผญ

…แต่เขาบอกว่า เกลียดสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น…

สามีภรรยาพยายามต่อสู้ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาทำเอกสารที่เตรียมตกพื้น กว่าจะก้มเก็บช่องข้างที่สัมภาษณ์เสร็จพอดี ผู้ชายข้างหน้าเลยรีบไปต่อ ส่วนเรา..คือเหยื่อรายถัดไปต่อจากผัวเมียคู่นั้น

[บทสทนาต่อไปนี้เป็นอังกฤษทั้งหมด แต่ขอแปลไทยละกัน]

เรา : (เดินตรงเข้าไป มั่นใจ ยิ้มหวาน) อรุณสวัสดิ์ค่ะ

จนท. : อรุณสวัสดิ์ คุณเป็นช่างภาพอะไร?

เรา : (เฮ้ย แม่งไม่ตรงสคริปท์นิหว่า ทำไมไม่ถามคำถามยอดฮิต!!!) ถ่ายหลายอย่างค่ะ มีงานกีฬา งานบวช งานแอด งานวิ่ง อาหาร แพ็คชอต พอร์ตเทรต บลา ๆ

//ห้ามบอกว่าเป็นช่างภาพข่าว ถึงแม้เราจะไปเที่ยวแต่มีสิทธิ์โดน turn down สูงมากเพราะเขาจะมองว่าเราจะไปเจือกอะไรที่นั่น//

จนท. : (มองจอคอม พิมพ์กอกแก่ก ๆ) ทำงานมากี่ปีแล้ว?

เรา : 9 ปีค่ะ

จนท. : เป็นช่างภาพมา 9 ปี หืม!! (ทำหน้าตาไม่น่าเชื่อ) ขอดูพาสปอร์ตหน่อย (หยิบพาสปอร์ตไป 2 เล่ม เปิดผ่าน ๆ โชคดีที่มีประวัติการท่องเที่ยวบ่อย เลยรอดตัว) แล้วจะไปทำอะไร?

เรา : ไปลงวิ่ง Hampton Marathon ที่ East Hampton, New York วันที่ 29 ก.ย. นี้ค่ะ รายการนี้เป็น Boston Qualifier ด้วย (พูดให้ดูว่ารายการมันไม่ได้กะโหลกกะลานะ อะไรแบบนั้น~)

//เสียดายที่ต้องเลื่อนไฟลต์บินกลับเป็นวันที่ 26 เลยไปหางานวิ่งอื่นแถว MA แทน แต่ตอนนั้นแค่กำหนดคร่าวๆ เพราะต้องรอวีซ่าผ่านก่อน T__T//

จนท. : (ทำหน้าสงสัย) วิ่งมาราธอนมากี่ครั้ง เวลาเท่าไร

เรา : 4 มาราธอน 4:56 ชั่วโมงค่ะ

จนท. : เอ…ได้ข่าวว่า บอสตัน มาราธอน มันโหดมากไม่ใช่เหรอ

เรา : ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้ไปสมัครวิ่งบอสตันนะ รายการนี้แค่สามารถใช้เวลาไปสมัครบอสตัน มาราธอน ได้เฉยๆนะค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเวลาผ่านจะสมัครผ่านทุกคน

จนท. : แล้วนี่เวลาผ่านแล้วเหรอ? (ทำหน้าสงสัย)

เรา : ยังไม่ผ่านค่ะ (และไม่รู้จะมีวันนั้นมั้ยด้วย ฮ่าๆ) แต่เราไม่ได้ไปสมัครบอสตัน มาราธอนนะ (รู้สึกว่าเขาจะเข้าใจผิด ฟังเป็นว่าเราจะไปสมัครบอสตัน มาราธอน เพราะใน DS-160 กรอกว่าไปเมืองบอสตัน)

ณ ตอนนั้น จนท. หยุดถาม มองจอคอม พิมพ์กอกแก่ก ๆ เกิดเดดแอร์ ไอ้เราก็ไม่กล้าพูดอะไรกลัวว่าไม่ได้ถามอย่าร้อนตัว แต่พี่แอนนาบอกว่าตอนที่เขาพิมพ์หรืออะไรนี่แหล่ะ เราต้องหาวิธีดึงดูดความสนใจให้เขามาสนใจเรา มีอะไรใส่ให้หมด เพราะถ้าหมด 2 นาทีนี้ก็คือจบ ฉะนั้น อะไรทำได้ทำ!!

เรา : นี่ค่ะ รายการวิ่งที่บอก //ตัดสินใจยื่นกระดาษที่ปรินท์หน้าเวบรายการวิ่งที่ว่าจะสมัคร มีวันที่กับเส้นทางวิ่งให้ จนท. ดู สำเร็จ…เขาหันมาสนใจแล้ว!!!

จนท. : อ๋อ….รายการนี้นิเอง เก็ตละ VISA APPROVED.

เฮ้ย…เยสเข้!! อะไรนะ ผ่านกันง่าย ๆ แค่กระดาษใบเดียวเนี่ยนะ โอ้ยสวรรค์เบี่ยงมาก กระโดดโลดเต้นข้างในยิ่งกว่าถูกหวย รู้งี้ยื่นให้ดูตั้งนานแล้วจะได้ไม่ต้องลุ้น ยิ้มหวานขอบคุณ จนท. ยกใหญ่เลย ฮ่า ๆ

จนท. : ผมให้คุณผ่านวีซ่าแล้วนะ แต่นอกเรื่องหน่อย … แล้วเตรียมตัวสำหรับมาราธอนยังไงบ้างตอนนี้?

เรา : (แม่งมามุขไหนว่ะ) ช่วงนี้เริ่มซ้อมเก็บระยะ เพื่อเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ ก็พยายามให้ดีที่สุดค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้ก็จะไปซ้อมที่สวนลุม

//จริงๆก็นัดกับรุ่นน้องวิ่งที่สวนลุมต่อ ปกติถ้าไม่ได้เข้าเมืองก็ไม่วิ่งหรอกเพราะไกลบ้าน แต่ต้องยกตัวอย่างสวนลุมเพราะอยู่ใกล้สถานทูต ไปวิ่งกันเยอะเขาน่าจะเก็ต เพราะถ้าบอก ม.เกษตร กับ สวนคปอ. ตามสไตล์นักวิ่งชายขอบ แม่งคงมองบน ฮ่า//

จนท. : เห็นว่าจะไปบอสตันด้วย?

เรา : ใช่ค่ะ ก็กะเที่ยว NYC แล้วก็ต่อบอสตัน ว่าจะไปดู NBA Preseason ที่บ้าน Boston Celtics

จนท. : ไปดูทำไม เห็นว่าผลงานตอนนี้ห่วยแตก (ดูแววแล้วน่าจะเป็นแฟนทีมอื่น ฮ่าๆ) … โอเค วีซ่าคุณเรียบร้อยละ รอรับละกัน ขอให้โชคดีกับการแข่งขันนะ

เรา : ขอบคุณมากค่ะ Good bye (ได้วีซ่า 10 ปีค่ะ โล่งออกมาก)

เป็นบทสนทนาที่ยาวนานร่วม 10 นาทีเลยทีเดียว บางคนก็แค่ 2 นาที แต่บางคนก็นาน กรณีของเจนอาจเป็นเพราะเขาไม่รู้จริง หรือบางทีอาจรู้แต่เป็นการถามตามหลักจิตวิทยา คือถ้าเราโกหก เราไม่ใช่นักวิ่งจริง ยังไงมันก็ต้องหลุด เพราะนางถามซ้ำวนไปวนมาหลายรอบมาก ส่วนคำถามที่ฮอตฮิต แม่งไม่ถามเราซักอย่าง สเตทเม้นท์และใบรับรองการทำงานไม่หยิบมาดูซักแอะ! 555 มารู้จากพี่แอนนาว่าก่อนที่เขาจะสัมภาษณ์เราจะมีแผนกค้นหาข้อมูลเราไว้หมดแล้ว เขาจะเทียบข้อมูลที่กรอก ข้อมูลในเนต กับข้อมูลตอนสัมภาษณ์ ว่าตรงกันมั้ย บางคนถ้าไม่น่าเชื่อถือเขาก็จะปฏิเสธเร็วเลย

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวอเมริกา และกลัวเรื่องการสัมภาษณ์และขั้นตอนเอกสารต่าง ๆ บอกเลยว่า “ไม่ต้องกังวล” ไม่ต้องไปจ้างเอเยนต์เป็นหมื่น เขาก็ทำแค่กรอกเอกสาร เช็คให้เรา แต่เขาไม่ได้ช่วยให้เราผ่านสัมภาษณ์นะ ดังนั้นทำเองดีกว่าเพราะเราจะได้รู้ทุกอย่างที่เรากรอก เจนมีทริกเล็ก ๆ มาแนะนำค่ะ

  • ควรทำด้วยตัวเองจะดีที่สุด เพราะเราจะรู้ว่าเรากรอกอะไรไป และสิ่งที่ตอบมันจะตรงกัน
  • เอกสารเตรียมให้ครบ แต่สุดท้ายบางทีเขาก็แทบไม่ได้ดู (เหลือดีกว่าขาด)
  • เงินในบัญชีเยอะไม่ช่วยให้คุณผ่านวีซ่า แต่เป็นหลักฐานว่าคุณมีเงินเข้าออกและใช้จ่ายจริง อย่าตบแต่งบัญชีโดยการโอนเงินเข้ามาให้ดูเยอะเพราะมีสิทธิ์ไม่ผ่านสูง (ของเจนไม่ดูสเตทเม้นท์เลย)
  • ประวัติการเดินทางมีผลอย่างมาก ถ้าไม่เคยไปนอกประเทศเลย อาจลองไปประเทศใกล้ ๆ ก่อน (แม้จะเป็นผู้หญิง solo traveller ก็ไม่เป็นไร)
  • แผนการเที่ยวทำไปคร่าว ๆ (ส่วนเดี๊ยนล่อเป็นตารางแบบจริงจัง) ตั๋วเครื่องบินกับที่พักก็ไม่ต้องจอง เพราะไม่ขอดูอะไรเลย
  • ยิ้มแย้ม มั่นใจ มองตา ไม่หลบหน้า เป็นตัวของตัวเอง และอย่ากลัว!!!
  • ช่วงที่เกิดเดดแอร์ พยายามดึงความสนใจมาให้ได้ และแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะกลับมาไทยแน่นอน
  • ถ้าสัมภาษณ์เป็นอังกฤษจะดีมาก เพราะส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยพูดไทย หรือบางทีก็น้อย
  • แค่นี้ คุณก็จะได้วีซ่าอเมริกาแบบง่ายๆ โดยตัวคุณเอง … โคตรภูมิใจ!

เนื้อหาจากกลุ่มเฟซบุ๊ค โยกย้ายมาส่วนสะโพกโยกย้าย

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By กาเหว่า
Load More In Over Sea