นิยามของคำว่า Passive Income ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นอะไรที่น่าถูกใจ น่าโดน น่าตำเป็นอย่างมาก อะไรก็ดูดีไปหมด มีที่ไหนกันล่ะ อยู่เฉย ๆ นั่ง ๆ นอน ๆ ก็ได้เงิน เป็นใครใครก็รัก ไม่ผิดเลยครับที่ใครจะคิดแบบนั้น หลายคนได้อ่านหรือได้รู้จัก Passive Income ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เมื่อได้ก้าวเข้ามารู้จักกับมันแล้วก็เริ่มมีฝัน มีแนวคิด มีโปรเจคส์หลายอย่างที่อยากจะทำขึ้นมาให้มันกลายเป็น Passive Income กาลเป็นแมงเม่าจำนวนไม่น้อยที่บินเข้ากองไฟและโดนชักจูงไปร่วมงานในทางที่แปลก ๆ แต่สิ่งที่เจอมากที่สุดก็มักจะชวนลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ที่มีการสร้างภาพฝันที่ใหญ่โต ให้เหยื่อติดกับได้โดยง่าย สุดท้ายแล้วก็คือการหลอกเอาเงินไปลงทุนหลังจากนั้นก็หาลูกทีมเข้ามาร่วมธุรกิจเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุด ๆ หนึ่งที่มีความอิ่มตัว ธุรกิจแบบนี้ก็จะปิดตัวลงไป ถึงตอนนั้นหลายคนเพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนหลอกซะแล้ว ความฝันในการสร้าง Passive Income ด้วยลู่ทางนี้ก็ล่มสลายไปในพริบตา

แยกให้ออกระหว่าง “เป้าหมาย” และ “เพ้อฝัน”

การมีเป้าหมายและมีความฝันอยากรวยไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่สิ่งที่ผิดคือ “เพ้อฝัน” ในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ “เพ้อฝัน” มากเกินไปจนขาดสติ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ จนกลายเป็นเหยื่อของ “Passive Income” เราควรจะมีความฝันอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและหลักการที่เป็นไปได้สมเหตุสมผลเพียงพอ ผมขอยกตัวอย่างเกษตรกรให้เห็นชัด ๆ เพราะน่าจะใกล้ตัวและใกล้เคียงคำว่า Passive Income ด้วยเหมือนกัน … การทำไร่ทำสวนของชาวเกษตรกรสักที่ ไม่ใช่ว่าวันนี้อยากปลูกอะไร ก็ไปปลูกแล้ววันถัดมาก็สามารถเก็บเกี่ยวได้เลย แต่มันจำเป็นต้องเริ่มจากต้นกล้าเล็ก ๆ คอยดูแลประคบประหงม ใส่ปุ๋ย พรวจดิน อยู่ตลอดเวลาถึงจะโตพอที่จะเก็บเกี่ยวสร้างรายรับขึ้นมาได้

Passive Income จำเป็นต้องค่อย ๆ เติบโตเหมือนการปลูกต้นไม้

Passive Income ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เพราะมักจะเริ่มจากสิ่งเล็กน้อยที่เปรียบเสมือนต้นกล้าเล็ก ๆ ที่เติบโตไปเรื่อย ๆ ทีละนิด จนกลายเป็นไม้ใหญ่ที่คงทนและยั่งยืน

เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติ เราก็จะเข้าใจ “Passive Income” ด้วยเหมือนกัน

ผมเคยได้ยินประโยคหนึ่งผ่านหูเข้ามา แต่ก็จำไม่ได้ว่าได้ยินว่าจากไหนโดยจับใจความได้ว่า “ถ้าเราอยากจะเข้าใจอะไร ให้ลองมองธรรมชาติดูสิ” ในตอนนั้นก็ไม่รู้เลยว่าผู้พูดต้องการจะสื่ออะไร ธรรมชาติมันเกี่ยวอะไรกับการที่ผมอยากหาเงิน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมเองก็เริ่มรู้จัก Passive Income มากขึ้น เจ็บตัวจากการโดนหลอกมาก็เยอะ แล้วอยู่ ๆ วันนึงก็เข้าใจความหมายของประโยคนี้ขึ้นมาเอง แต่ก็จำไม่ได้ว่าคนที่พูดคือใครแล้วผมไปได้ยินมาจากไหน

เมื่อพูดถึงธรรมชาติกับ Passive Income เราสามารถเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนมาก นั่นคือ ต้นไม้ที่เราต่างก็รู้กันตั้งแต่วัยเยาว์ว่าจะคายความร้อนกลับสู่บรรยากาศแล้วก็ถือเป็นการส่งไอน้ำกลับขึ้นชั้นบรรยากาศด้วย เมื่อไอน้ำขึ้นไปควบแน่นกันได้ระยะเวลาหนึ่งก็จะตกกลับลงมาเป็นสายฝนหล่อเลี้ยงต้นไม้เหล่านั้นต่อไป ซึ่งสายฝนเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนกับ Passive Income ที่จะได้รับกลับมา

Passive Income นั้นมันช่างหอมหวานซะเหลือเกิน แต่ไม่ใช่ว่าธุรกิจในทุกประเภทจะสามารถสร้างรายได้ให้เราได้อย่างมั่นคง ถาวร และยั่งยืนตลอดไป มันมักจะมีกับดักอยู่เสมอเพื่อหลอกล่อบรรดานักสร้างเป้าหมายรายใหม่เข้าไปในวัฏจักร บางคนรอดออกมาก็อาจจะสตรองจนเจาะไม่เข้า แต่บางคนก็เละตุ้มเป้ะ หมดเนื้อหมดตัวไปเลยก็มีให้เห็นอยู่ร่ำไป

ตัวอย่างกับดักของ Passive Income

ที่ชัดเจนมาก ๆ ก็คือ การลงทุนเก็งกำไรไปตามกระแสเพียงชั่วครู่เพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมามาก ๆ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เช่น การปั่นหุ้น, เก็งกำไรหุ้น, แชร์ลูกโซ่ เป็นต้น หรือบางทีก็อาจจะเป็นการขายสินค้าตามกระแสในแต่ละช่วงเวลา อย่างหน้ากากกันฝุ่น PM2.5 ที่ขาดตลาดอย่างหนักในช่วงภาวะฝุ่นควันของประเทศไทยเรา จากเดิมเราจะเห็นยี่ห้อหลักอย่าง 3M แต่ในช่วงนั้นมียี่ห้อสารพัดผุดขึ้นมาจนจำไม่ได้ แต่ละยี่ห้อก็อวดอ้างสรรพคุณว่าตัวเองสามารถกันฝุ่น PM2.5 ได้แน่นอน บ้างก็ราคาพุ่งขึ้นไปเท่าตัว … ตรงนี้เองแหละที่เป็น กับดักของ Passive Income สำหรับคนที่ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ถี่ถ้วน พอเห็นคนอื่น ๆ กำลังรับเงินจากตรงนี้เป็นกอบเป็นกำ ก็อยากได้บ้าง เอาเงินมาลงทุนตูมเดียวกับสินค้าเหล่านี้ หวังว่าจะรวยแน่นอน .. แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อสินค้าพร้อมขายแล้ว ภาวะฝุ่นควันก็สงบลงพอดี ความต้องการของตลาดก็ไม่มีเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว … ติดกับดักอย่างจัง พังพาบลงไปแทบจะตั้งตัวไม่ทัน

ตัวอย่าง Passive Income ที่แท้จริง

ดอกเบี้ยเงินฝาก

แทบจะทุกคนมี Passive Income อยู่แล้ว ถ้าหากว่ามีบัญชีธนาคารอยู่เพราะเมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งเราก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยกลับเข้าบัญชีธนาคารที่มี ซึ่งตรงนี้ผมขอไม่พูดถึงจำนวนที่ได้รับคืนนะครับ เพราะจะมากจะน้อยนั้น วิธีการที่ได้มามันก็คือ Passive Income และเป็นการตอกย้ำให้ชัดเจนอีกครั้งว่า Passive Income ต้องมีการทำอะไรก่อนถึงจะได้รับกลับมา จากตัวอย่างนี้เราจะได้รับดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเรามีเงินไปฝากไว้กับธนาคารเท่านั้น

การซื้อหาที่ดิน บ้าน คอนโด และ อสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ

อสังหาริมทรัพย์ อีกหนึ่ง Passive Income ที่ยั่งยืน

ถ้ามีเงินทุนมากหน่อย การซื้อหาที่ดิน บ้าน คอนโด เพื่อนำมาต่อยอดสร้าง Passive Income ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อได้มาแล้วนำไปสร้างรายรับได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะถือไว้เก็งกำไร ปล่อยเช่าก็สามารถสร้างรายได้กลับมาได้อย่างต่อเนื่อง แถมอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ก็มีแนวโน้มราคาที่สูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะมีช่วงที่ตกต่ำกันบ้างก็เถอะ

ทองคำ

ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ “ทองคำ” เพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดความมั่งคั่งได้ถึงระดับประเทศเลยทีเดียว รู้มั้ยครับว่าเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ สุ่มสี่สุ่มห้า รัฐบาลจะพิมพ์เงินออกมาได้เลย แต่การจะพิมพ์ออกมาแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีทองคำเป็นตัวค้ำประกันมูลค่าของเงินเหล่านั้นก่อน ด้วยเหตุนี้เองนี่แหละทำให้เงินกระดาษที่เราใช้กันอยู่มีมูลค่าน่าเชื่อถือขึ้นมา

สมมุตว่าเกิดสงครามอะไรสักอย่าง เมื่อถึงวันนั้นเงินสดที่เรามีอยู่จะหมดมูลค่าไปในทันที แต่สิ่งที่จะมีมูลค่าอยู่เสมอแถมจะพุ่งขึ้นแรงด้วยในสภาวะแบบนั้นก็คือ “ทองคำ”


สรุป

อยากมีรายได้อยู่เสมอโดยไม่ต้องทำอะไรนั้น เปรียบเสมือนเป็นเรื่อง “เพ้อฝัน” แต่เรื่องเพ้อฝันบางเรื่องเป็นจริงก็มี เพื่อไม่ให้เจ็บปวดกับสิ่งเพ้อฝันเกินไป ก็ต้องเข้าใจและแยกให้ออกระหว่าง เป้าหมาย กับ เพ้อฝัน .. เมื่อมีเป้าหมายว่าอยากมีกลไกอะไรสักอย่างที่ผลิตรายรับให้เราได้เสมอ ถึงแม้วันนึงเราเป็นอะไรไปแล้วก็ยังคงมีรายรับอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่ากว่าจะมีรายได้แบบ Passive นั้น ต้อง Active ลงมือทำทีละนิดทีละหน่อย จนเติบโตกลายเป็น Passive ในที่สุด


  • บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เว็บไซต์ กาเหว่าดอทคอม สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องอ้างอิงและใส่ลิงค์กลับมาที่บทความต้นฉบับทุกครั้ง
  • ภาพประกอบบทความ : www.freepik.com
แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In Passive Income

แสดงความคิดเห็น