เชื่อว่าคนเราทุกคนล้วนอยากมีรูปร่างและสัดส่วนที่สวยงาม แต่อาหารการกินของเมืองไทยนั้นไม่ค่อยเป็นใจ เพราะมีของอร่อยวางขายอยู่ทั่วทุกหัวมุมของถนน ทำให้หลายคนทานเพลินจนประสบน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ สุดท้ายต้องมาหาวิธีลดน้ำหนักเพราะอ้วนมากไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพนั่นเอง เมื่อพูดถึงวิธีการลดความอ้วนคิดว่าผู้ที่กำลังหาข้อมูลอยู่ต้องเจอกับแนวทางการลดความอ้วนแบบเร่งด่วนกันมาบ้างอย่างแน่นอน ข้อมูลบางแห่งการันตรีลดเร็วลดไวภายในเวลาไม่กี่วัน แต่นั่นจะเป็นความจริงหรือไม่ มาหาคำตอบกันค่ะ

สูตรลดความอ้วนเร่งด่วน ทำได้จริงหรือไม่

หากใครเคยเห็นแนวทางการลดความอ้วนเร่งด้วย จะเห็นได้ว่ามาในลักษณะอดอาหาร โดยอาจจะทานแค่ไข่ต้ม นม ผักผลไม้ โยเกิร์ต น้ำเปล่า หรืออาหารเบา ๆ อย่างอื่นสลับกันไปตามเวลาที่กำหนด หรือจะมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักแอบแฝงมาด้วย ซึ่งหาพิจารณาดูแล้วถ้าไม่ใช่อยากขายสินค้า สูตรที่ว่านั้นทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เพราะนั่นคือ “การอดอาหาร” นั่นเอง เพราะอาหารที่ทานเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ ถึงแม้จะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่บ้าง แต่พลังงานหลักอย่างโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตกลับน้อยมาก หากทำตามจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หน้ามืด วิงเวียนศีรษะจนหมดสติได้

ลดความอ้วนเร่งด่วน ทำได้จริงหรือ?
ลดความอ้วนเร่งด่วน ทำได้จริงหรือ?

การทำตามสูตรลดความอ้วนเหล่านี้ ถึงแม้จะลองทำได้แต่เชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืน เพราะหลายคนทดลองมาแล้วพบว่าตัวเองตบะแตกจนกลับมาทานเหมือนเดิมภายในเวลา 3-5 วันเท่านั้น นอกจากระยะเวลาจะสั้นจนน้ำหนักไม่ทันลดแล้ว อาจทานมากกว่าเดิมจนน้ำหนักขึ้นไปอีกก็เป็นได้ ดังนั้นการลดความอ้วนเร่งด่วนนั้นไม่สามารถทำได้จริง ถึงทำได้ก็แค่ระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะกลับมาทานมากกว่าเดิม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะโยโย่เอฟเฟคตามมาได้อีกด้วย ใครที่ยังสงสัยในเรื่องนี้ ขอให้ลองคิดว่าดูว่ากว่าจะสะสมไขมันมาจนอ้วนได้ขนาดนี้ ใช้เวลานานกี่เดือนกี่ปี ฉะนั้นการจะลดความอ้วนในเวลาไม่กี่วันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

วิธีการลดความอ้วนที่ถูกต้อง

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าวิธีการลดความอ้วนที่ทำแล้วได้ผลจริงในปัจจุบันนี้มีด้วยกันหลายวิธี เช่น Intermittent Fasting(IF), Ketogenic Diet เป็นต้น แต่ว่าวิธีเหล่านี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เนื่องจากมักมีเงื่อนไขที่อาจจะซับซ้อนพอสมควร  ซึ่งหากปฏิบัติไม่ถูกวิธีก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ เพราะฉะนั้นหากจะพูดถึงแนวทางการลดความอ้วนสายกลางที่ทำได้ง่าย เห็นผลจริงและปลอดภัยมากที่สุดก็คือ “การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย” นั่นเอง

ลดความอ้วนเร่งด่วน ทำได้จริงหรือ?
การควบคุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกาย เป็นการลดความอ้วนที่ได้ผลดี

เมื่ออยากลดน้ำหนัก หลายคนอาจจะนึกถึงวิธีการที่ซับซ้อน พยายามค้นหาข้อมูลเพื่อหาวิธีที่จะให้ได้เร็วๆจนลืมไปว่า หลักการลดน้ำหนักที่ง่ายที่สุดก็แค่ “ทานให้น้อยกว่าที่ใช้” ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องได้รับพลังงานในปริมาณที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน เมื่อได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการนำมาใช้ สารอาหารจะถูกเผาผลาญนำมาใช้จนหมดไม่เหลือไปสะสมกลายเป็นไขมันเพิ่มอีก ในส่วนของไขมันเก่าก็จะทยอยถูกเผาผลาญไปเรื่อยๆมากหรือน้อยแล้วแต่กิจกรรมที่ทำ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ฯลฯ ก็จะช่วยให้ไขมันถูกกำจัดได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

คำแนะนำในการลดน้ำหนัก

จากข้อมูลด้านบนจะเห็นได้ว่าการลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย ขอเพียงแค่มีความอดทนและความสม่ำเสมอในการปฏิบัติเท่านั้น โดยแนวทางการลดสามารถทำได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

เลือกทานให้มากขึ้น

ห้ามอดอาหาร เพียงแต่ต้องเลือกให้มากขึ้นโดยทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง อาหารแปรรูปและอาหารรสจัดด้วย หากมีเวลาแนะนำให้ปรุงอาหารทานเอง เพราะจะสามารถควบคุมได้ทั้งสัดส่วนของอาหารและเครื่องปรุง สำหรับปริมาณอาหารที่ควรทานนั้นแนะนำให้ลองไปคำนวณค่า TDEE ก่อน เพราะร่างกายของแต่ละคนต้องการพลังงานไม่เท่ากัน คำนวณออกมาได้เท่าไรแล้วค่อยไปปรับสัดส่วนการทานอาหารตามความเหมาะสม

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ลดความอ้วนเร่งด่วน ทำได้จริงหรือ?
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหม เป็นการลดความอ้วนที่ค่อยเป็นค่อยไป และปลอดภัย

การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แบ่งสัดส่วนความสำคัญอยู่ที่ 70:30 การคุมอาหารหากทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม น้ำหนักจะค่อย ๆ ลดไปเองโดยไม่ต้องออกกำลังกายเลย แต่ว่าถึงแม้จะผอมลงและรูปร่างดีขึ้น ผิวพรรณอาจจะนิ่มย้วยไม่กระชับเท่าไรนัก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องออกกำลังกายไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สัดส่วนจะสมดุลสวยงาม ผิวพรรณจะเฟิร์มกระชับทั่วทั้งร่างกาย ที่สำคัญสุขภาพแข็งแรงมากขึ้นด้วย

อย่าลดเร็วเกินไป

มีคนที่ต้องการลดน้ำหนักมากมายโหมออกกำลังกายและจำกัดปริมาณอาหารมากกว่าปกติ ทำให้น้ำหนักตัวลดลงเร็วเกินไป ผลที่ตามมาคือผิวหนังหดกระชับเข้าไปไม่ทัน ทำให้ผอมลงแต่ผิวย้อยย้วยหนักมากจนแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่จะทานเยอะๆให้กลับไปอ้วนใหม่แล้วลดน้ำหนักอีกรอบหรือเข้ารับการผ่าตัดเพื่อตัดเอาผิวหนังส่วนเกินออกไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางไหนคงไม่มีใครอยากทำอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นขอแนะนำน้ำหนักที่เหมาะสมในการลด ได้แก่ ไม่เกิน 0.5 กิโลกรัม/สัปดาห์ หรือไม่เกิน 2 กิโลกรัม/เดือน การที่น้ำหนักค่อยๆลด ร่างกายและผิวพรรณจะค่อยๆปรับตัวอย่างเป็นธรรมชาติ รูปร่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าผิวจะย้วยนั่นเอง


การคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย หากปฏิบัติอย่างมีวินัย ไม่ว่าน้ำหนักจะมากแค่ไหนก็ลดลงได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ถ้าใครไม่ได้อ้วนมากมาตั้งแต่แรกหรือลดความอ้วนจนผอมลงในระดับหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะคุมอาหารและออกกำลังกายเหมือนเดิมแต่น้ำหนักจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก (บางคนอาจจะรู้สึกว่าทำไมน้ำหนักไม่ลดลงอีก) มาถึงตอนนี้ก็อย่าเป็นกังวลไป จงโฟกัสกับสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากกว่าตัวเลขบนตาชั่ง เพราะเมื่อไขมันถูกกำจัดออกไปเยอะแล้วและเริ่มมีกล้ามเนื้อเข้ามาแทนที่ น้ำหนักจะไม่ค่อยเปลี่ยนไปแต่รูปร่างจะสวยเฟิร์มขึ้นอย่างชัดเจน


เรื่องอื่น ๆ ในหมวดสุขภาพที่น่าสนใจ


ภาพประกอบ : freepik.com

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By กาเหว่า
Load More In อาหารและโภชนาการ