ข่าวคริปโตเคอเรนซี

วิเคราะห์อนาคตของ Libra กันหลังจากพันธมิตรทยอยถอนตัว

มีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่องสำหรับสกุลเงินดิจิตอลจากทาง Facebook ที่ตั้งชื่อไว้ว่า “Libra” มีความพยายามจากทางรัฐบาลสหรัฐที่จะพยายามสกัดการเกิดของสกุลเงิน Libra ทั้งทางตรงและทางอ้อม จนในที่สุดทาง Facebook ก็ต้องชะลอการเปิดตัวออกไป นอกจากนั้นยังไม่พอหลังจากที่โดนสกัดขาไปหนึ่งดอกแล้ว บริษัทพันธมิตรใหญ่ ๆ หลายจ้าวก็ทยอยถอนตัวออกจากโปรเจคส์กันถ้วนหน้า เช่น PayPal, Visa, MasterCard, EBay และ Stripe เป็นต้น

การถอนตัวของพันธมิตรส่งผลอะไรต่อโปรเจคส์ Libra บ้าง

แต่ถามว่าการถอนตัวเหล่านั้นจะทำให้โปรเจคส์นี้สะดุดมั้ย? เมื่อดูจากขนาดองค์กรของ Facebook แล้ว น่าจะมีศักยภาพพอที่จะเปิดตัว Libra ด้วยตัวเอง แล้วจะแคร์บริษัทเหล่านั้นทำไม ในเมื่อฐานผู้ใช้งานของ Facebook ตอนนี้มีอยู่มากถึง 1.59 พันล้าน (Active User ต่อวัน) แถมไม่ต้องแบ่งเค้กให้ใครอีกต่างหาก กินคนเดียวรวบ จะดีกว่ามั้ย?

มันอาจจะไม่ง่ายอย่างงั้นเพราะนวัตกรรมของบล๊อคเชนนั้นออกแบบมาเพื่อต้องการความโปร่งใส เมื่อ Facebook เปิดตัว Libra เอง อาจจะต้องเจอสถานการณ์ 2 อย่างนี้

  1. อาจจะถูกเรียกร้อง ให้ Block chain ของ Libra ทำงานแบบเปิด (Decentralize) เหมือนกับที่บิทคอยน์เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่ผมคิดว่า Facebook ไม่น่าจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ อุตส่าห์ออกสกุลเงินของตัวเองมาทั้งทีแล้ว คงไม่ต้องการที่จะเสียอำนาจควบคุมไปให้สาธารณะง่าย ๆ
  2. ถ้า Facebook ไม่เปิดการทำงานของ Libra เป็นสาธารณะ อาจจะมีกลุ่มคนหรือกลุ่มธุรกิจที่มีอำนาจทางการเงินสูง ถือครอง Libra เป็นจำนวนมากจนสามารถที่จะกำหนดทิศทางของสกุลเงิน Libra ได้ ไม่ต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ผู้ถือหุ้นเยอะ ก็มีสิทธิ์ในการออกเสียงมากกว่าคนอื่น ๆ

เมื่อมองย้อนกลับไป บรรดาพันธมิตรที่ตบเท้าพากันลาออกจากโปรเจคส์ Libra นั้น จะเห็นว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินงานเกี่ยวกับทางด้านการเงินซะเป็นส่วนใหญ่ และมันน่าจะต้องมีนอกมีใน มีการฮั้วกันระหว่างบริษัทเหล่านั้นแน่ ๆ ถึงได้ลาออกพร้อม ๆ กัน ผมคิดว่าคงมีการพูดคุยกันมานาน คงเห็นพ้องต้องกันว่าถ้า Libra ประสบความสำเร็จกว่าที่คิดเอาไว้ Libra อาจจะเป็นภัยคุกคามแก่ธุรกิจเดิมของพวกเค้าได้ ก็ไม่มีใครรู้ แต่เพื่อความปลอดภัยจึงต้องมีการพยายามหยุดยั้งการเกิดของ Libra เอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

ถึงแม้จะมีพันธมิตรรายใหญ่ลาออกจากโปรเจคส์เป็นจำนวนมาก แต่ Facebook ก็ประกาศสวนทันทีว่า ไม่กระทบต่อการพัฒนาโปรเจคส์ Libra เลยแม้แต่นิด ยังมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้อีกมากกว่า 1,500 หน่วยงาน และทาง Facebook เองก็มีแนวโน้มสูงที่จะออกแบบบล๊อคเชนให้เป็นแบบ Decentralize และสิ่งนี้เองจะช่วยลดความกังวลให้เหล่าพันธมิตรได้บ้าง เพราะ Facebook จะได้ไม่มีอำนาจในการควบคุม Libra มากจนเกินไป

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป

สิ่งที่ทำให้โปรเจคส์ Libra ของ Facebook มีอุปสรรคในการเปิดตัวอย่างมาก เพราะศักยภาพของ Facebook และจำนวนผู้ใช้งานที่มีอยู่ในมือ เป็นข้อกังวลเป็นอย่างมากของรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะกระทบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ และในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือ มันอาจจะกลายเป็นสกุลเงินหลักทั่วโลกก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการพยายามทุกช่องทางที่เป็นไปได้ที่จะหยุดยั้งการเกิดของ Libra ให้ได้  ซึ่งประเด็นหลักที่ทางการสหรัฐนำออกมาเล่นงาน Facebook ก็คือ ประเด็นทางด้านกฎหมาย


สรุป

ก็คงต้องคอยติดตามความคืบหน้ากันต่อไปนะครับ สำหรับโครงการ Libra นี้ว่าจะเกิดขึ้นมาได้หรือไม่ เพราะตัว Facebook พยายามที่จะดันโปรเจคส์นี้เป็น Global Payment System แล้วมันก็เป็นประเด็นที่ทางการสหรัฐกลัว ผมเองก็คิดว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่เหมือนกันนะ ถ้าหาก Facebook สามารถสร้างสกุลเงินและควบคุมมูลค่าเงินได้ทั้งโลกขึ้นมา หากมีความคืบหน้าใด ๆ ที่น่าสนใจจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบโดยพลัน


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

Related posts