Passive Income, บทความ - ความรู้คริปโตเคอเรนซี

10 แนวทางสร้าง Passive Income ด้วยคริปโตในปี 2020

เรื่องจริงที่ทุกคนยอมรับกันโดยไม่มีเงื่อนไขถ้าต้องการผลตอบแทนอะไรสักอย่าง เราจำเป็นต้องมีการลงทุนก่อนถึงจะได้ผลตอบแทนกลับมา ในวงการ บล๊อคเชน ก็เงื่อนไขไม่ต่างกัน แต่ว่ามันอาจจะมีความพิเศษบางอย่างของบล๊อคเชนที่ช่วยให้เราเริ่มสร้างรายได้ไปกับมันได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรที่เป็นตัวเงิน แต่ก็อาจจะต้องใช้เป็นแรงงาน เวลา และความสามารถแทน

ถ้าเราลองดูสถิติการค้นหาใน Google Trend จะเห็นคำว่า “หาเงินออนไลน์” “รายได้เสริม” “ทำเงินออนไลน์” ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อยู่เป็นประจำ และเมื่อพูดถึง คริปโตเคอเรนซี่ ก็เป็นอีกสกุลเงินออนไลน์ที่สามารถทำเงินออนไลน์ได้เหมือนกัน ในบทความนี้จะแนะนำ 10 แนวทางในการสร้าง Passive Income ด้วยเงินคริปโต กันครับ

การสร้างรายได้ด้วยคริปโตเคอเรนซี่ ในปี 2020

** บางวิธีจะใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษไปเลยนะครับ เพราะเมื่อลองใช้เป็นภาษาไทยแล้ว มันเข้าใจยาก **

1. ทำเว็บไซต์หรือเขียนบล๊อคเกี่ยวกับบล๊อคเชน และ คริปโตเคอเรนซี่

วิธีนี้ง่ายและตรงประเด็นสุด ๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่าเรื่องด้วยการเขียน เลือกแพลตฟอร์มสัก 1 อย่างสำหรับสร้างบล๊อคของเรา แล้วก็เขียนบทความที่เกี่ยวกับบล๊อคเชนและคริปโตเคอเรนซี่ ไม่ว่าจะเป็นบทความเชิงเทคนิค ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ ได้หมดทุกอย่าง ไม่มีข้อจำกัดครับ

รายได้ที่จะได้จากการทำบล๊อคแบบนี้ก็ไม่ต่างกับการเขียนบล๊อคทั่วไป แต่ว่ามันอาจจะเห็นเม็ดเงินช้าหน่อยถ้าเราไม่มีความพยายาม และขยันพอที่จะอัพเดตเว็บไซต์ให้มีเนื้อหาที่ใหม่อยู่สม่ำเสมอ รายได้หลัก ๆ ที่เป็นที่นิยมจากการทำบล๊อคก็คือ การลง Adsense ถ้าบทความของเราสด ใหม่ ไม่ก๊อปปี้ใครมา และมีการอัพเดตอยู่เรื่อย ๆ เมื่อทำไปได้สัก 3 เดือน ก็ลองสมัคร Adsense แล้วนำโฆษณามาลง จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมา ถ้าเนื้อหาไม่ก๊อปปี้ใครมาแล้ว สมัครผ่านง่ายมากครับ

2. ให้มีตัวเลือกชำระเงินด้วยคริปโตเคอเรนซี่ สำหรับคนที่ขายสินค้าอยู่แล้ว

ใครที่มีเว็บไซต์หรือบล๊อคส่วนตัวแนวอีคอมเมิร์ซในสามารถทำการชำระเงินได้บนเว็บของตัวเอง นี่ก็เป็นอีกลู่ทางหนึ่งที่จะเพิ่มรายได้ให้กับเว็บไซต์ได้ เพียงเพิ่มตัวเลือกในการรับชำระเงินให้สามารถชำระด้วยสกุลเงินคริปโตได้ เดี๋ยวนี้ก็ทำไม่อยากยิ่งถ้าทำเว็บไซต์ด้วย CMS ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย อย่าง WordPress, Magento ก็หาปลั๊กอินมาติดตั้ง แทบจะไม่ต้องมีความรู้ทางด้านโปรแกรมมิ่งเลย บางเหรียญเมื่อชำระมาแล้วก็จะแปลงค่าเงินเป็นสกุลเงินทั่ว ๆ ไปให้ทันที แต่บางเหรียญก็อาจจะต้องเก็บไว้เป็นสกุลเงินนั้น ถ้าราคาพุ่งเราก็จะได้กำไรจากส่วนต่างเพิ่มขึ้นมาอีก

3. Crypto Freelance Platform

อย่าเพิ่งตกใจกับหัวข้อนี้กันไปไกลนะครับ ในต่างประเทศนั้นมีเว็บไซต์หางานสำหรับฟรีแลนซ์จำนวนมากที่เป็นสื่อกลางระหว่างคนหางาน และ คนหาคนทำงาน แต่เปลี่ยนการจ่ายเงินทั่ว ๆ ไป เป็นการจ่ายด้วยเงินคริปโตแทน ไม่ว่าจะมีความรู้ทางด้านไหน เช่น นักเขียน, นักตัดต่อวีดีโอ, ตากล้อง ฯลฯ ก็สามารถมาโพสต์หางานได้ในนี้ ลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมจากรายชื่อเว็บไซต์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ

4. เทรดดิ้ง

การหารายได้ด้วยเงินคริปโตนั้น มีอีกทางหนึ่งที่ได้เปรียบสำหรับคนที่เคยเล่นหุ้นมาแล้ว รู้วิธีการดูกราฟ การเก็งกำไร ช่วงไหนควรเข้า ช่วงไหนควรเทขาย ส่วนตัวผมนั้นไม่เก่งทางด้านนี้ รู้เพียงคร่าว ๆ ส่วนมากแล้วก็จะเป็นการถือเอาไว้ยาว ๆ หลักการก็ไม่มีอะไรมากเลย ซื้อราคาที่ถูก > ขายราคาที่แพง แต่ในการปฏิบัติจริง ๆ ไม่ได้ง่ายเหมือนหลักการที่บอกมา ต้องอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวสูง บางคนอ่านหนังสืออย่างเดียว ต่อให้อ่านเป็นร้อยเล่ม แต่ถ้าไม่ลงมือทำสุดท้ายก็จะกลายเป็นแมงเม่าได้

เว็บไซต์ที่ให้บริการเทรดดิ้งเมืองไทยที่เป็นที่รู้จัก รองรับการชำระเงินด้วยเงินบาท ในตอนนี้ก็มีสองเว็บไซต์ข้างล่างนี้ที่น่าเชื่อถือ มีตัวตนและดำเนินงานภายใต้กฎหมายของประเทศไทยเรา

5. Mining ทำเหมืองขุดเงินคริปโต

การทำเหมืองหรือการขุดเหรียญคริปโต เป็นวิธีดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่บิทคอยน์เริ่มแรก ๆ โดยสรุปก็คือ เราต้องมีคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องขุดเหรียญ หรือ คอมพิวเตอร์ที่การ์ดจอดี ๆ > ติดตั้งโปรแกรมสำหรับขุดเหรียญแต่ละเหรียญ > เปิดโปรแกรมเอาไว้แล้วปล่อยให้โปรแกรมทำงาน > เมื่อขุดได้แล้วเราก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นเหรียญที่เราขุด

อ่านเพิ่มเติม : การขุดเหรียญคืออะไร

ช่วงเริ่มต้นนั้นก็อาศัยเพียงแค่คอมพิวเตอร์ทั่วไปนี่แหละ นำมาขุดเหรียญ ถัดมาเมื่อถึงข้อกำหนดบางเหรียญก็จะไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปได้แล้ว เพราะมีความยากในการขุดมากขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องที่การ์ดจอดี ๆ เพราะการ์ดจอมีความสามารถในการประมวลผลคำสั่งที่ซับซ้อนได้ดีกว่า แต่บางเหรียญอย่างบิทคอยน์ก็ไม่สามารถใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และการ์ดจออีกต่อไป ต้องใช้เครื่องที่ออกแบบมาสำหรับการขุดโดยเฉพาะ หรือ ตัวย่อ ASIC

ตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เราได้กำไรหรือขาดทุนจากการขุด ก็คือมูลค่าของเหรียญถ้าตกต่ำมาก ๆ ก็จะไม่คุ้มกับการขุด เพราะต้นทุนในการขุดก็คือค่าไฟมหาศาล สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นการขุด ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้ : Minergate

6. Masternodes มาสเตอร์โหนด

คอนเซ็พของมาสเตอร์โหนดนั้นคล้าย ๆ กับการทำเหมือง แต่เป็นการอัพเกรดขึ้นไปอีกขั้นเพื่ออุดรูโหว่ของการขุด ที่กินทรัพยากรพลังงานมากมายมหาศาล เพราะเราสามารถใช้เพียงคอมพิวเตอร์กาก ๆ เครื่องเดียวในการทำ Masternode แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ เราจำเป็นต้องถือครองเงินคริปโตที่รองรับ Masternode เอาไว้ขั้นต่ำตามจำนวนที่เหรียญนั้นกำหนด เมื่อมีครบตามกำหนดแล้วก็ทำการติดตั้ง Software ที่จะทำงานร่วมกับ Masternode ตัวอื่น ๆ ได้ พร้อมแล้วก็เปิดเครื่องทิ้งไว้ตามเคย เมื่อระบบมันทำงานแล้วเครื่อง Masternode ของเราสามารถยืนยันการทำธุรกรรมต่าง ๆ ของเหรียญคริปโตได้ เราก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นเหรียญคริปโตเช่นกัน ข้อดีของ Masternode ก็คือกินทรัพยากรพลังงานน้อยมาก เพราะใช้เพียงคอมพิวเตอร์ตัวเดียว เปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงก็เสียเงินไม่ถึงร้อยบาทในแต่ละเดือน แต่สิ่งที่เป็นข้อจำกัดก็คือ เหรียญคริปโตเก่า ๆ ที่มีมูลค่าแพง ถ้าเราจะตั้ง Masternode จะต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อเหรียญเหล่านั้นให้ได้ตามจำนวนขั้นต่ำ บางเหรียญราคารวมเป็นล้าน ๆ บาท คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็หมดสิทธิ์ไปโดยปริยาย

7. Staking

การทำงานของ Staking นั้นเหมือน ๆ กับ Masternode แต่ไม่ใช่ซะทีเดียว .. งงมั้ย? ถ้างงอ่านต่อนะ Staking นั้นเหมือนกับมองเห็นข้อจำกัดในการทำ Masternode ตรงที่บางเหรียญต้องใช้จำนวนมากถึงจะทำ Masternode ได้ แต่การ Stake นั้นต้องการน้อยลงกว่ามาก บางเหรียญใช้เริ่มต้นเพียง 1 เหรียญก็สามารถ Stake ได้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ตลอดเวลา และก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นเหรียญคริปโตเช่นเคย การทำ Stake ยิ่งมีเหรียญเยอะ ก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาเยอะ โดยส่วนมากแล้วเฉลี่ย ๆ ก็จะได้ประมาณ 10% ต่อปี (แต่เราจะได้ผลตอบแทนกลับมาเกือบทุกวันนะ) ส่วนตัวผมตอนนี้ก็ Stake ไว้ในมือหลายสกุลเหมือนกัน ถ้าใครที่สนใจ Stake ก็ลองศึกษาเหรียญตัวนี้ดูเป็นการเริ่มต้นก็ได้ครับ bitg.org

8. Crypto Faucets

เหรียญคริปโตที่ออกใหม่จะมีการแจกจ่ายเหรียญด้วยวิธีการที่เรียกว่า Faucets ซึ่งเหมือนกับการเอาเหรียญมาแจก เช่น ทำ Survey, เล่นเกมส์, โพสต์ลง Facebook หรือ กดรับฟรีเลยก็มี ส่วนมากก็จะแจกจำนวนที่ไม่เยอะ หลักทศนิยมเท่านั้น แล้วก็จะแจกอยู่เพียงช่วงเริ่มต้นไม่นาน เพื่อเป็นการโปรโมทเหรียญไปในตัวน่ะแหละ บางเหรียญช่วงเริ่มต้น ผมก็ได้เหรียญมาครอบครองด้วยวิธีนี้เกือบ ๆ ร้อยเลยก็มี ใครที่สนใจวิธีนี้ก็ลองค้นหาเหรียญใหม่ ๆ ที่กำลังจะมีแล้วก็ดูว่าเหรียญไหนที่แจก แล้วก็ทำตามขั้นตอนที่เค้าบอก ผมจะคอยดูเหรียญจากเว็บ www.coinmarketcap.com เป็นหลัก เมื่อเข้าไปในเว็บแล้วเมื่อเรากดไปดูรายละเอียดเหรียญสักตัวหนึ่ง เว็บก็จะแนะนำเหรียญที่ทำงานใกล้เคียงกันขึ้นมาให้ดู ก็กดเข้าไปดูรายละเอียด, เว็บบอร์ด แล้วก็เลือกเลยครับว่าอยากได้ตัวไหน

9. HODL

HODL เป็นการถือเหรียญเอาไว้เฉย ๆ เหมือนถือหุ้นเอาไว้สักตัวเลยครับ สำหรับคนมีเงินเย็น ๆ ไม่รีบร้อน รอราคาขึ้นค่อยขาย ประมาณนี้เลย ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้มั้ง ใครที่รีบร้อนหรือต้องการความตื่นเต้นในการเทรดคงไม่เหมาะกับวิธีนี้เท่าไหร่ แต่การถือเหรียญเอาไว้ผมแนะนำให้มี Digital Wallet ลงเก็บไว้ที่เครื่องเอง ไม่ควรเก็บเงินเอาไว้ตามเว็บสำหรับแลกเปลี่ยน เพราะมีโอกาสโดนโกงได้สูงมาก ดูได้จากประวัติของเว็บเทรดหลาย ๆ เว็บที่ผ่านมา บางเว็บก็บอกว่าโดนแฮก (จริงรึเปล่าไม่รู้) บางเว็บก็ปิดตัวหนีเอาไปซะดื้อ ๆ

10. Airdrops

อีกวิธีที่เหรียญเกิดใหม่มักจะใช้เป็นการโปรโมทให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเรียกว่า Airdrop มันเป็นการแจกเหรียญให้ฟรี ๆ น่ะแหละ โดยมักจะมีเงื่อนไขประมาณนี้ แชร์โพสต์ลงเฟซบุ๊ค หรือ โซเชี่ยลอื่น ๆ, เข้าร่วมกลุ่มใน Social ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้, กรอกข้อมูลทำแบบสอบถาม, หรือเข้าร่วมสัมมนาต่าง ๆ ซึ่งแต่ละเหรียญก็จะมีช่วงเวลาในการแจกไม่เหมือนกัน เท่าที่เห็นส่วนมากก็ประมาณ 1 สัปดาห์ – 1 เดือน เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากมีคริปโตเคอเรนซี่ไว้ในครอบครองแต่ไม่อยากลงทุน แต่ก็ต้องมีเวลาในการค้นหาข้อมูลว่าเหรียญตัวไหนเกิดใหม่ และกำลังจะทำการแจกเหรียญด้วยนะครับ ไว้มีโอกาสจะมาเขียนบทความขยายความเรื่อง Airdrop กันอีกที


สรุป 10 วิธีการหารายได้ด้วยคริปโตเคอเรนซี่

10 วิธีข้างต้นที่ผมได้แนะนำไปเป็นเพียงบางส่วนที่เราจะมีเงินคริปโตมาครอบครองนะครับ ความจริงแล้วมีอีกหลายวิธีมากที่จะหารายได้ไปกับมัน แต่วิธีที่บอกไปก็ไม่ยุ่งยากเริ่มต้นกันได้ไม่ยากสักเท่าไหร่ ส่วนตัวผมนั้นลองมาหมดทุกวิธีแล้วเห็นว่าได้จริง บางตัวได้มากได้น้อยก็ยังถือว่าได้ หลายสกุลเงินตอนนี้ที่ผมถือเอาไว้ บางตัวติดดอยก็มี ความเสี่ยงมีทุกวงการเหมือนการลงทุนในหุ้น ในทองคำทั่ว ๆ ไปเลย ตอนนี้ก็รอวันที่เหรียญคริปโตจะพุ่งปรี๊ดทะลุเพดานไปเหมือนช่วงปี 2015 – 2016 อีกครั้ง


อ้างอิงบทความ

  • https://www.investinblockchain.com/how-to-earn-cryptocurrency/
  • ภาพประกอบ : https://www.freepik.com

Related posts