Online Marketing

13 เทคนิคบ้าน ๆ โปรโมทเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จัก

ทำเว็บไซต์มาก็นานแรมปี ร้านค้าออนไลน์แทบจะไม่มียอดขายเข้ามา คนเข้าเว็บแต่ละวันนับหัวได้เลย แถมมาแป้บ ๆ ก็หายออกไป ทั้งอัพเดตสินค้าและบทความแทบตายก็ยังมีคนเข้าเว็บน้อยอยู่ดี เพราะเดี๋ยวนี้เว็บไซต์ทำกันง่ายมาก ทั้งบล๊อคและเว็บอีคอมเมิร์ซสำหรับขายของ มีตัวช่วยมากมาย ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เปิดเว็บไซต์กันได้แล้ว แถมบางที่ก็ใช้งานกันฟรี ๆ อีกต่างหาก แน่นอนว่าเมื่อมันทำได้ง่ายขึ้น ก็จะมีคู่แข่งมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แถม Google เองก็ปรับเงื่อนไขการค้นหาให้ทันสมัยอยู่ตลอดเหมือนกัน เว็บไหนที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ก็แสดงผลในหน้าแรกได้ยาก ลองคิดดูสิ … ถ้าเราเป็นกูเกิ้ล เวลามีคนค้นหาสินค้าสักอย่าง ระหว่างเว็บของเรากับลาซาด้า … คุณว่ากูเกิ้ลจะเลือกเอาของใครมาแสดงผลล่ะ

ทำเว็บทั้งทีจะปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าตายไม่มีคนรู้จักเลย มันก็เสียเวลาทำเปล่า ๆ เราต้องป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ด้วยว่าเรามีตัวตนอยู่บนโลกออนไลน์เหมือนกัน ลองทำตามวิธีการบ้าน ๆ เหล่านี้ดูแล้วก็ดูสถานการณ์สักสามเดือนขึ้นไป ค่อนข้างมั่นใจเลยว่าจะมีคนเข้าเว็บไซต์เรามากขึ้น .. ถึงแม้จะไม่สามารถไปแข่งกับผู้เล่นรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วได้ก็เถอะ แต่มันก็ยังดีกว่าอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้ทำอะไรแบบเดิมเลย .. จริงมั้ยล่ะ

ทำไมต้อง 13 เทคนิค?? … ตอบ … นึกออกแค่นี้เลยเขียนแค่นี้ครับ -*-

ขั้นตอนการโปรโมทเว็บไซต์

1. บอกคนรอบข้างให้รับรู้ว่าเรามีเว็บไซต์แล้วนะ

คนรอบข้างนี่แหละเป็นกระบอกเสียงชั้นดี จะมีประโยชน์อะไรถ้าจะบอกแต่ชาวบ้านทั่วไปแต่กลับปล่อยปะละเลยคนข้าง ๆ มันเป็นวิธีการที่ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่าย เจอหน้ากันก็บอกได้ แถมคนรอบข้างก็จะช่วยกระจายข่าวให้อีกทางนึงด้วยนะ

2. ส่งอีเมล์ให้เพื่อนทราบ

เมื่อคนรอบข้างรับรู้แล้วก็ขยายวงกว้างออกมาอีกนิด ด้วยการส่งให้เพื่อนได้รับรู้ เอาง่าย ๆ ก็คือส่งอีเมล์ออกไปเลย แจ้งให้ทุกคนทราบโดยทั่วกันว่าเรามีเว็บไซต์แล้ว เว็บไซต์เราทำอะไรได้บ้าง อย่าใช้วิธีการส่งสแปมเมล์ไปยังบุคคลที่ไม่รู้จักเป็นอันขาดนะ เอาแค่คนรู้จักก็พอถึงแม้จะมีจำนวนน้อยแต่คุณภาพสูงพอสมควรเลยแหละ

3. เพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าไปใน Search Engine หรือ Web Directory

ในส่วนของการเพิ่มชื่อเข้าไปใน Search Engine ต่าง ๆ นั้นจะไม่ทำก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้มันมีการเก็บข้อมูลของ Search Engine ตลอดเวลาอยู่แล้ว หลังจากที่เว็บไซต์เปิดให้สาธารณะเข้าดูได้ ปกติแล้วไม่เกิน 1 อาทิตย์ข้อมูลของเว็บเราก็จะถูกเก็บไว้ใน Search Engine แล้ว แต่ถ้าใครที่ไม่ชัวร์ก็ไปทำการ Submit Website เข้าระบบของ Search Engine ก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ทำเพียงครั้งเดียวพอนะ อย่าไปทำหลายครั้ง

ส่วนการ Submit ไปใน Web Directory ก็เลือก Submit ได้เลยตามใจชอบ เอาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะแหละ แต่เลือกประเภทหรือหมวดหมู่เว็บไซต์ให้ตรงกับเว็บของเรานะ ไม่ใช่ทำเว็บไซต์ขายอาหารสัตว์แต่ไป Submit เว็บไซต์หมวดชุดชั้นในซะล่ะ

4. ขอแลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่น

ขอแลกลิงค์กับเว็บไซต์ที่น่าสนใจ ยิ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับของเราด้วยแล้วก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ หากเจ้าของเว็บไซต์แต่ละเว็บยอมแลกลิงค์ ใส่ลิงค์มาหาเราแล้วก็อย่าลืมใส่กลับไปให้เค้าด้วยนะ ต่อให้เป็นเว็บคู่แข่งขายสินค้าชนิดเดียวกัน ก็ลองติดต่อเพื่อขอแลกดูได้เหมือนกัน การแลกลิงค์ไปเว็บอื่นควรสร้างหน้ารองรับสำหรับแลกลิงค์โดยเฉพาะ ไม่ใส่ลิงค์พร่ำเพรื่อในเว็บของเรา

5. ทำสติ๊กเกอร์ติดที่รถกันเลย

ทำได้กับรถทุกประเภท ในแต่ละวันเราจะต้องใช้รถเป็นพาหนะในการเดินทาง ลองคิดดูว่ารถเราจะต้องผ่านตาใครบ้าง ยิ่งถ้ารถติดแล้วมีคนเห็นสติ๊กเกอร์ท้ายรถเราขึ้น อาจจะเกิดความรู้สึกสนใจ ใคร่รู้ขึ้นมา เปิดเข้าไปดู … โป๊ะเชะ กลายเป็นลูกค้าทันทีเลยก็เป็นได้

ทำสติ๊กเกอร์สวย ๆ ให้น่าสนใจ ขอติดรถคนรู้จักที่ยินยอมให้หมด เล่นกันง่าย ๆ แบบนี้แหละ

6. ใส่ลายเซ็นต์ที่อีเมล์

การสื่อสารหลักเดี๋ยวนี้ไม่ใช่จดหมายแล้วนะรู้ยัง สำหรับอีเมล์ส่วนตัวให้ตั้งค่าใส่ลายเซ็นต์เอาไว้ใต้อีเมล์ทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเมล์ใหม่ ส่งต่ออีเมล์ หรือตอบกลับอีเมล์ ให้มีรายละเอียดเว็บไซต์และ url เว็บไซต์ของเราติดไปด้วย

7. ใส่เว็บไซต์เอาไว้ใน Social Profile

ทุกวันนี้คงมีเฟซบุ๊คกันทุกคนหมดแล้วแหละ ยิ่งถ้าทำเว็บไซต์หรือเปิดร้านขายของออนไลน์ด้วยแล้ว คงจะเป็นเรื่องแปลกมากถ้าไม่มี Social Account ใส่ชื่อเว็บไซต์ และใส่ลิงค์ในข้อมูลส่วนตัวของเราลงไปเลยครับ ถ้ามีหลาย Account ก็ใส่ให้ครบทุกอัน ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter, Pinterest บลา ๆ ๆ ๆ

8. เพิ่มฟังก์ชั่นแชตในเว็บไซต์

เพื่อเป็นการทักทาย โต้ตอบกับผู้เข้าชมเว็บไซต์อยู่สม่ำเสมอ บางคนอาจจะค้นบางอย่างแล้วเจอเว็บเราในหน้าค้นหา แต่เมื่อกดเข้ามาก็อาจจะยังไม่ถูกใจ อยากหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่ม อาจจะกดปิดเว็บไปเลย ถ้ามีฟังก์ชั่นแชตเด้งทักทายตอนเข้ามาแล้ว เค้าอาจจะคุยกับเราก่อน สอบถามถึงสิ่งที่ต้องการ ก่อนจะหนีออกจากเว็บของเรา ปิดการขายได้แบบเนียน ๆ เหมือนกันนะ

แต่ ๆ ๆ ๆ … เพิ่มฟังก์ชั่นนี้แล้ว ต้องมีเวลาตอบแชตด้วยนะเอ้อ .. อย่าให้มีอย่างเดียวเป็นสุสานร้าง มีคนทักทายมาแล้วไม่คุยกับเค้าล่ะ เข้าจั๊ย??

9. สิงตามเว็บบอร์ดแล้วใส่เว็บไซต์ไว้ในลายเซ็นต์

เว็บบอร์ดพูดคุยดัง ๆ ก็มีหลายเจ้า เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น ในหัวข้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบกระทู้หรือสร้างกระทู้ขึ้นมาใหม่ ยิ่งถ้าเป็นการตอบแบบให้ความรู้และโพสต์กระทู้สาระ จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้น แล้วอย่าลืมใส่เว็บไซต์เอาไว้ในข้อมูลส่วนตัวของเราด้วย เมื่อเกิดความน่าเชื่อถือแล้ว เดี๋ยวก็มีคนคลิกมาดูเว็บเราเองแหละ

10. ทำนามบัตร

ขาดได้งัยนามบัตร ทำเก็บเอาไว้กับตัวเลย ใส่รายละเอียดเอาไว้ให้ครบถ้วนในนั้น หากได้มีโอกาสเจอคนใหม่ ๆ หรือไปงานสัมมนาต่าง ๆ ก็แจกออกไปเลย ต้นทุนทำนามบัตรนิดเดียวเอง ทำเองก็ได้ง่ายจะตาย

11. ทำแผ่นพับ

หรูหรา ดูดี มีสไตล์ขึ้นมาหน่อย ก็ทำเป็นแผ่นพับ โบชัวร์ เอาไว้แจกเลยก็ย่อมทำได้เหมือนกัน ข้อดีคือมันแผ่นใหญ่กว่านามบัตร เราสามารถใส่รายละเอียดอื่น ๆ เอาไว้ในแผ่นพับได้ด้วย ถ้ามีงบมากหน่อยก็ลงทุนพิมพ์เยอะ ๆ แล้วเอาไปเสียบแจกไว้ในตู้ไปรษณีย์ตามบ้านก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร

12. ลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ตามเว็บ Classified

เป็นการลงโฆษณาเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์ ตามเว็บที่รับลงประกาศทั่ว ๆ ไป มีทั้งแบบที่เสียเงินและโพสต์ได้ฟรี ถ้ามีเวลามากหน่อยก็ไล่ลงประกาศสัก 10-20 เว็บต่อวันเป็นอย่างน้อย ทำไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ต้องทำตู้มเดียวเยอะ ๆ แล้วหยุดล่ะ เดี๋ยว Search Engine จะมองเป็นสแปมไปอีก การทำวันละนิดวันละหน่อย ช่วยเพิ่มคะแนนด้านบวกของ SEO ได้อย่างดี

13. เขียนบทความอัพเดตเว็บไซต์อยู่เสมอ

สุดท้าย … สำคัญมากที่สุดในการทำเว็บไซต์เลยแหละ นั่นคือเนื้อหาภายในเว็บของเรา ไม่ว่าจะเป็นบทความทั่วไป หรือรายละเอียดสินค้า ให้หมั่นอัพเดตเสมอ เขียนขึ้นมาใหม่ไม่ก๊อปปี้ใครมาจะดีที่สุด ถ้าเป็นรายละเอียดสินค้าก็เขียนให้ละเอียด บอกให้ลูกค้าทราบทุกแง่มุม ไม่ต้องปิดบังอะไร หารูปภาพประกอบด้วยในเนื้อหา ไม่ใช่มีแต่ตัวหนังสือยาวพรืดไปหมด

กูเกิ้ลจะให้ความสำคัญกับเนื้อหาเว็บไซต์เป็นอย่างมาก ถ้าบทความมีคุณภาพ เขียนขึ้นมาเองไม่ไปก๊อปปี้ใครมาไม่นานนักเว็บไซต์ก็จะเริ่มค่อย ๆ ติดอันดับการค้นหา นอกจากจะทำให้อันดับดีขึ้นแล้ว ถ้าเนื้อหาน่าสนใจ ก็จะมีคนอ่านเยอะทำให้เวลาในการใช้งานเว็บไซต์ของเรานานขึ้นด้วย


ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่สามารถทำได้โดยมีต้นทุนน้อยที่สุด ในการโปรโมทเว็บไซต์นั้นยังคงมีเทคนิคและวิธีการโปรโมทอีกหลายช่องทางมาก ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ในบทความนี้ก็แนะนำไปตามที่นึกออก รวมกันหมดทั้งโปรโมทแบบออนไลน์และออฟไลน์ แต่อย่าดูแคลนการโปรโมทแบบออฟไลน์เชียวนะ ถึงแม้ว่าจะวัดผลยาก แต่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย


ภาพประกอบบทความ : https://www.freepik.com

Related posts