Passive Income

แนะนำ 4 อาชีพทำเงินออนไลน์ ทำคู่กับงานประจำก็ได้ ตอน 1/2

ยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าถึงมือผู้ใช้งานทุกหย่อมหญ้า พ่อค้าแม่ค้าหรือแม้แต่ชาวบ้านชาวเขาในพื้นที่ห่างไกล ต่างก็สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ทั้งสิ้น ทำให้มีอาชีพเกิดใหม่มากมายนับไม่ถ้วน หลายคนทำงานประจำอยู่แล้วก็มี อาชีพทำเงินออนไลน์ โดยไม่กระทบงานประจำ เพราะสามารถทำงานเมื่อไหร่และทำจากที่ไหนก็ได้ขอให้มีอินเตอร์เน็ตก็เพียงพอแล้ว

รายได้เสริมแบบ Passive Income

อาชีพออนไลน์ คือ การทำงานหรือธุรกิจผ่านทางอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สดขายสินค้าที่กำลังฮิตเป็นกระแสในปี 2019 การโพสต์สินค้าขายตามเว็บไซต์ทั่วไป การหาลูกค้าออนไลน์ การดูแลแฟนเพจ รวมไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค้ากัน เมื่อก่อนผมจะรู้จักเพียงอาชีพเดียวคือ ขายของออนไลน์ ซึ่งถ้าใครที่สามารถจับสินค้าได้ตรงจุด เป็นที่ต้องการของตลาด ก็เป็นอาชีพที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำไม่น้อยเลยเหมือนกัน แต่มันไม่ได้มีแค่อาชีพขายของออนไลน์อย่างเดียวน่ะสิ มาดู 4 อาชีพออนไลน์ที่จะแนะนำกันว่ามีอะไรบ้าง

1. พ่อค้า แม่ค้า ออนไลน์

ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเป็นอาชีพออนไลน์ยุคแรก ๆ ของอินเตอร์เน็ตเลย จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่แถมยังเติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ดูได้จากที่มีบริษัทใหญ่ ๆ ลงมาเล่นในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยหลายจ้าว เช่น Lazada, Shopee เป็นต้น

อาชีพพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เดี๋ยวนี้ทำง่ายมากขอแค่มีสินค้าที่ต้องการขาย สักประมาณหนึ่ง แล้วเอามาลงขายในเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นเว็บที่เปิดเอง หรือจะเอาไปขายบน Lazada, Shopee รวมไปถึง Facebook Marketplace ก็ได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ในการสร้างเว็บไซต์เลยสักนิดเดียว ขอแค่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น อัพโหลดรูปเป็น สามารถอธิบายรายละเอียดสินค้าได้ครบถ้วน ตอบคำถามลูกค้าได้รวดเร็ว มีการอัพเดตสินค้าอย่างสม่ำเสมอ จัดส่งสินค้าให้ลูกค้ารวดเร็วตามที่ลูกค้าต้องการ ที่สำคัญ… ห้ามโกงเชียวนะ เพราะเดี๋ยวนี้โลกออนไลน์มันไปเร็วมาก ถ้าคุณโกงแค่นิดเดียวมันจะกลายเป็นไฟลามทุ่งรวดเร็วจนดับไม่ได้เลยแหละ

สินค้าที่นิยมขายออนไลน์ ที่พบเจอมากที่สุด ก็จะมีตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ อาหารเสริม ของแต่งบ้าน เป็นต้น

2. สอนหนังสือออนไลน์

ผมเป็นคนหนึ่งที่ศึกษาหาความรู้หลาย ๆ อย่างจากคอร์สเรียนออนไลน์ เพราะมีหลักสูตรที่เจาะจงเฉพาะที่ต้องการเรียนรู้ให้เลือกมากมาย หากคุณมีความรู้ความสามารถไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ สามารถเปิดคอร์สสอนออนไลน์ได้ ซึ่งเหมาะมากสำหรับติวเตอร์ที่มีทักษะในการถ่ายทอดความรู้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษา ครูสอนดนตรี หรือแม้แต่จะสอนทำอาหาร สอนทำขนมก็เปิดคอร์สสอนได้เหมือนกัน

ผลลัพท์ทางอ้อมเมื่อเปิดคอร์สออนไลน์คือ มีคนรู้จักเรามากขึ้นจากช่องทางออนไลน์ ถ้าเรามีหน้าร้านหรือโรงเรียนสอนอยู่แล้วด้วยก็จะได้ลูกค้ามาจากช่องทางออนไลน์เพิ่มเติม แถมหลักสูตรที่เปิดสอนออนไลน์นั้นก็ยังใช้สอนนักเรียนได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องมาอัดวีดีโอสอนใหม่ทุกครั้ง อาจจะมีเพียงแค่การปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมอ ๆ เท่านั้นเอง

3. YouTuber

มาแรงมากในยุคนี้ก็คือการทำ Video Content แล้วก็อัพโหลดขึ้นไว้บน Youtube Channel ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเสพย์เนื้อหาของคนไทยมักจะชอบดูจากวีดีโอมากกว่าการอ่าน จะเห็นว่ามี Youtuber ที่ได้รับเงินจาก Youtube จนถึงขั้นรวยไปหลายคนแล้ว การเป็น Youtuber เป็นการผลิตเนื้อหาแบบวีดีโอ เหมือนรายการต่าง ๆ ที่มีอยู่บนโทรทัศน์นั่นแหละครับ ต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวพอสมควร การตัดต่อและเนื้อหาต้องน่าติดตาม เนื้อหาที่มี Youtuber ผลิตกันค่อนข้างมาก จะมีแนวตลก ท่องเที่ยว เทคนิคการเล่มเกมส์ เป็นต้น

แต่ไม่ใช่จะมีแค่นั้นนะครับ มี Youtuber อีกหลายประเภทมาก มีทั้งที่ทำคนเดียวและทำกันเป็นทีมงาน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนนั้น สาระสำคัญที่จะประสบความสำเร็จในการเป็น Youtuber นั้นก็คือ Content ที่เสนอออกมาจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายขนาดไหน บางคนทำออกมาเพียงคลิปเดียวก็ดังเปรี้ยงปร้าง ในขณะที่อีกหลายคนทำแล้วทำอีกก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที

4. Blogger

คนที่ชอบเขียนบันทึกหรือไดอารี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ลองเปลี่ยนจากเขียนลงสมุดมาเขียนลงเว็บไซต์เอาไว้ให้คนอื่นเข้ามาอ่านดูสิครับ เพราะเรื่องราวของเราเองอาจจะเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ความงาม อาหารการกิน และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ต้องห่วงว่ามีคนเขียนเยอะแล้วเพราะการสื่อสารเรื่องราวของแต่ละคนจะแตกต่างกันแน่นอน ต่อให้เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่แน่ว่าเรื่องราวของเราอาจจะเป็นที่นิยมกว่าคนอื่น ๆ ก็ได้

ขอควรรู้นิดนึงเกี่ยวกับการเป็นบล๊อคเกอร์ เดี๋ยวนี้จะค่อนข้างติดอันดับยากถ้าเนื้อหาของเราไม่เจ๋งพอจริง ๆ ยิ่งถ้าเป็นการก๊อปปี้ข้อมูลมาจากเว็บอื่นด้วยแล้วยิ่งค้นหาแทบจะไม่เจอเลยทีเดียว เทคนิคการเขียนบทความก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เขียนเองในสไตล์การเขียนของเรา ใช้คำที่เน้นให้คนเข้ามาอ่าน ไม่ได้เน้นทำอันดับ อาจจะเห็นผลช้าแต่ถ้าเห็นผลแล้วก็มีรายได้ระยะยาวเหมือนกัน

รายได้จากการเป็นบล๊อคเกอร์หลัก ๆ มีอะไรบ้าง

1. Adsense

สำหรับเว็บไซต์เล็ก ๆ แต่ถ้ามีจำนวนคนเข้ามาอ่านเป็นประจำสักจำนวนหนึ่งแล้ว ลองสมัคร Adsense แล้วเอาโฆษณามาแปะไว้ในเว็บของเรา เมื่อมีคนคลิกโฆษณาเหล่านั้นเราก็จะได้ค่าขนมมากบ้างน้อยบ้างปะปนกันไป บางเว็บไซต์ที่จำนวนคนเข้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีรายได้หลักจาก Adsense เดือนนึงเป็นแสน ๆ ก็มีนะครับ

2. Sponsor

ถ้าเว็บไซต์เราเติบโตจนมีคนเข้าจำนวนเยอะแล้ว ช่องทางในการมีรายได้อีกทางก็คือ รายได้จากสปอนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเชียร์สินค้า หรือแม้แต่เอาโฆษณาของสปอนเซอร์มาวาง ยิ่งคนเข้าเว็บไซต์เยอะก็ยิ่งมีรายได้เยอะ และถ้าเป็นเว็บเฉพาะเจาะจงเฉพาะทางก็ยิ่งสามารถกำหนดราคาได้สูงขึ้นเพราะสปอนเซอร์จะได้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทีต้องการจริง ๆ

3. รับจ้างเขียนบทความ

อีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้ผมบ่อย ๆ ก็คือ การรับเขียนบทความให้บริษัทหรือเว็บไซต์อื่น ๆ ซึ่งวิธีนี้ส่วนมากนั้น ลูกค้าที่จะว่าจ้างมักจะเข้ามาอ่านเนื้อหาของเราก่อน แล้วเกิดความถูกใจในการใช้ภาษาและทักษะการเขียน จึงว่าจ้างเขียนบทความ แต่ละบทความก็ได้ราคาหลายร้อยบาทเหมือนกัน


สรุป

ก็เป็นลู่ทางในการหารายได้เบื้องต้นเพื่อเป็นไอเดียให้ผู้อ่านเพียง 4 อย่างก่อน ในความจริงยังมีอีกหลายอย่างมากที่สามารถสร้างรายได้เป็น Passive Income ควบคู่งานประจำให้เราไปได้ด้วย ใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดีอยากขายของก็ไม่รู้จะขายอะไร อยากเขียนบล๊อคก็ไม่รู้จะเขียนอะไร ให้เริ่มจากการขายของหรือเขียนบทความในสิ่งที่เราชอบก่อนครับ เพราะถ้าเราเริ่มจากสิ่งที่ชอบเราจะสามารถทำมันออกมาได้ค่อนข้างดี ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น เป็นการลองดูด้วยว่าการหาเงินออนไลน์แบบนี้เราชอบจริงรึเปล่า เมื่อทำได้สักพักค่อยขยับขยายทีหลังก็ไม่สายเกินไป แถมเจ็บตัวน้อยด้วยครับ


บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เว็บไซต์ กาเหว่าดอทคอม สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้โดยจะต้องอ้างอิงกลับมาที่ต้นฉบับนี้ทุกครั้ง

Related posts