ผมเชื่อว่ามีหลายตำรา หลายคน ที่คอยบอกเราเสมอ ๆ ว่าให้แบ่งรายรับส่วนหนึ่งเป็นเงินออม จะ 10% บ้าง 20% บ้าง ก็แล้วแต่ว่าสูตรของใคร แต่นั่นมันก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนในประเทศไทยเรานี้เป็นคนที่มีรายได้น้อย ลำพังเงินเดือนแต่ละเดือนก็แทบจะเจียดมาออมไม่ได้แล้ว จะเอาเงินที่ไหนขนาดนั้นมาออมได้อีกล่ะ

ในที่นี้เราจะไม่พูดถึงจำนวนเงินที่จะใช้ในการออมนะครับ แต่เราจะพูดถึงแนวทางที่จะทำให้เราออมเงินได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีรายได้น้อย แต่ผมเชื่อว่าหลัก 10 บาท 20 บาท มันน่าจะเจียดออกมาเป็นเงินออมให้เราได้ อย่าลืมนะครับ เก็บไปเรื่อย ๆ ทีละ 20 บาท นานวันเข้าก็เติบโตขึ้นเป็นหลักพันบาทได้ และเงินหลักพันบาทนี่ก็กินข้าวได้หลายวันนะ

1. ตัดเงินออมอัตโนมัติ

สำหรับคนที่มีเงินเดือนประจำ ให้หักดิบตัวเองไว้เลยว่าเงินเดือนออกก็ให้ธนาคารตัดเงินออมให้อัตโนมัติเลย จะเอาไว้ในบัญชีเงินออม หรือบัญชีกองทุนอะไรก็แล้วแต่ ตัดออกไปในสัดส่วนที่เราสามารถออมได้ ไหวเท่าไหร่เอาเท่านั้น สำหรับผมเวลาเอาเงินเดือนมาวางแผนเป็นค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน จะไม่เอาเงินเดือนเต็ม ๆ มาคิดนะ แต่จะเอาเงินก้อนที่เหลือจากหักเงินออมแล้วมาคำนวน เช่น

เงินเดือน 20,000 บาท

ออม 2,000 บาท

เหลือเงินที่จะเอามาวางแผนใช้จริง 18,000 บาท

2. ไม่มีเงินก้อนก็ออมเป็นเหรียญได้

อีกแบบที่ยอดฮิตตั้งแต่วัยเด็กเลยก็คือ “ออมเงินเหรียญ” ซึ่งก็ยังเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้ได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากจะหักเงินเดือนบางส่วนไว้เป็นเงินออมแล้ว ในรายจ่ายแต่ละวัน บางทีได้เงินทอนที่เป็นเหรียญกลับมา ก็จะเอาเงินส่วนนั้นเป็นเงินออม แต่ผมจะเลือกเก็บเฉพาะเหรียญห้าบาทกับเหรียญสิบบาท เอาใส่กระปุกหมูที่แกะไม่ได้ ไม่เอากระปุกใหญ่มากนะ เพราะมันจะไม่เต็มสักที แล้วปีนึงก็จะมาทุบกระปุกอันนั้นทีนึง … เป็นเล่นไปนะครับ ปีนึงก็ได้เป็นหมื่นเหมือนกันเด้อ

3. ออมตามวันที่และเลขท้าย

สำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีเงินที่จะแบ่งสัดส่วนในการออมจริง ๆ จะลองวิธีนี้ก็ได้ครับ หยอดกระปุกตามวันที่แต่ละวันไปเลย วันที่ 1 ก็ใส่บาทเดียวพอ หยอดไปทุกวัน จนถึงวันที่ 30 ก็ใส่ 30 บาท แต่ให้พิเศษหน่อย คือเดือนนึงหวยออกสองรอบใช่มะ ก็เลือกหยอดเพิ่มตามเลขรางวัลที่ออก จะเป็นเลขท้าย 2 ตัว หรือ เลขท้าย 3 ตัว เอาตามที่เราสะดวก เดือนนึงบางทีก็เหยียบพันเหมือนกันนะครับ

4. ออมในรูปแบบอื่น ๆ

การออมแบบนี้ก็จะแอดวานซ์ขึ้นมาหน่อย เหมาะสำหรับคนที่สามารถบริหารรายรับแต่ละเดือนและแบ่งออกมาเป็นสัดส่วนในการออมได้แล้ว แต่ต้องการให้เงินออมงอกเงยขึ้นอีก เพราะการที่เราออมเงินเก็บไว้เฉย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรกับมัน นาน ๆ ไปมูลค่าของเงินเราจะน้อยลงตามเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แต่สำหรับผมชอบวิธีนี้เพราะเป็นการบังคับตัวเองได้ดีมาก เนื่องจากบางทีการเก็บเงินไว้กับตัวเอง มันหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ เดี๋ยวอยากได้นู่นอยากกินนี่ อยู่ตลอด

กองทุนรวม

คือการเอาเงินของเราไปให้มืออาชีพเค้าบริหารจัดการให้งอกเงย ในส่วนของเราก็เปิดบัญชีกองทุนกับธนาคารไหนก็ได้ที่เราสะดวก แล้วก็ทำแบบทดสอบความเสี่ยงสักหน่อยว่าเรารับมือกับความเสี่ยงได้แค่ไหน หลังจากนั้นก็เอาเงินเข้าบัญชีกองทุน เลือกซื้อกองทุนที่เราชอบ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะซื้อแบบไหนก็ปรึกษาเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ แต่ใครที่เขิน ๆ ไม่กล้าคุย ก็เลือกกองทุนท็อป ๆ ดูผลประกอบการย้อนหลังสัก 5 ปี เอากองที่มีแนวโน้มเติบโตตลอดน่ะแหละครับ ผมเองก็ใช้วิธีนี้แรก ๆ

ประกันชีวิตเน้นการออม

วิธีนี้ก็เข้าใจไม่ยากเลยนะครับ มันก็คือการซื้อประกันน่ะแหละ แต่ให้เน้นกรมธรรม์ที่เป็นเงินออมเป็นหลัก ส่วนมากประกันแบบนี้จะให้เราจ่ายเงินเป็นรายเดือน หรือรายปีก็แล้วแต่ว่ากรมธรรม์ไหนมีให้เลือก หลักเกณฑ์รวม ๆ ก็มักจะให้เราออมเงินไประยะหนึ่ง อาจจะเป็นสิบปี ยี่สิบปี แล้วก็หยุดออม แต่กรมธรรม์ก็ยังคุ้มครองต่อไปอีก เมื่อหมดอายุกรมธรรม์เราก็จะได้เงินต้นเราคืนพร้อมดอกเบี้ย

ก็เป็นเทคนิคการออมของผมตามประสบการณ์แรกเริ่มตั้งแต่เริ่มมีรายได้เลยนะครับ แรก ๆ ก็คิดอยู่แหละออมเงินน้อย ๆ เมื่อไหร่จะรวย แต่เมื่อถึงวัยหนึ่งแล้วคือเราไม่ได้ต้องการออมเพื่อรวย แต่เราออมเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน จำเป็นต้องใช้เงินด่วน ก็ยังสามารถเอาเงินส่วนนี้ออกมาใช้ได้ ดีกว่าไปกู้หนี้ยืมสินเค้ามาครับ


ข้อมูลบางส่วนเพิ่มเติมจากลิงค์นี้ : https://www.ncb.co.th/fin-knowledge/low-income-can-save-money-with-4-money-saving-tips

ภาพประกอบจาก Freepik

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By กาเหว่า
Load More In การเงิน การลงทุน