Passive Income, บทความ - ความรู้คริปโตเคอเรนซี

5 เหรียญคริปโต ถือเอาไว้เฉย ๆ ก็มีรายได้แบบ Passive Income (ตอน 1/2)

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตเป็นตลาดที่ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ยังเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อย แถมกระจายไปยังบุคคลทั่ว ๆ ไปด้วย เพราะถึงแม้ความเสี่ยงจะสูงมากก็ตามแต่บางทีอยู่ ๆ ก็กลับให้ผลตอบแทนสูงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงแค่ข้ามคืนเท่านั้นเอง

รายชื่อเงินคริปโต สำหรับ Passive Income

ในบรรดาเงินคริปโตใหม่ ๆ ที่ออกมา มักจะมีฟีเจอร์ Proof of Stake เข้ามา ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาของเหรียญคริปโตแบบเดิมที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่กินไฟมหาศาลในการขุดเหรียญ

** หมายเหตุ : การลงทุนในตลาดเงินคริปโต เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก บทความนี้เป็นเพียงการแนะนำเพื่อให้ความรู้และตัดสินใจเท่านั้น ไม่ได้เชิญชวนให้ลงทุน พึงหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อใช้ในการตัดสินใจ **

Passive Income and Staking

Proof of stake เป็นฟีเจอร์ที่มากับเงินคริปโตที่ออกใหม่ เพื่ออุดช่องโหว่ของเงินคริปโตแบบเดิมที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีพลังในการประมวลผลมหาศาลในการยืนยันรายการ (Proof of work) อาจจะเป็นเครื่อง ASIC หรือคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ต้องใช้การ์ดจอแพง ๆ หลาย ๆ ตัวมาต่อกัน (RIG) ซึ่งกินพลังงานมหาศาลมาก ถ้าช่วงไหนที่ราคาเงินคริปโตลดดิ่งลงเหว ก็ไม่คุ้มที่จะขุดเงินคริปโตต่อ เครื่องเหล่านั้นก็ต้องวางทิ้งไว้เอาไปทำอย่างอื่นแทบจะไม่ได้ ยกเว้น rig ที่ดีหน่อยตรงที่มีตัวเลือกสามารถมาชำแหละการ์ดจอออกไปขายได้

สำหรับ Proof of stake จะใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดาทั่วไปเพียงตัวเดียวเท่านั้น เมื่อเรามีเงินคริปโตในมือเท่ากับความต้องการขั้นต่ำของแต่ละเหรียญ (แต่ละเหรียญต้องการจำนวนขั้นต่ำในการทำ Proof of stake ไม่เท่านั้น) หลังจากนั้นก็ทำการติดตั้งและคอนฟิคโปรแกรมบ้างนิดหน่อย ที่เหลือก็ปล่อยให้ระบบที่ได้ออกแบบมาทำงานของมันไป โดยที่เราก็ไม่ต้องไปรู้เรื่องเทคนิคอะไรมากมายนัก เมื่อมีการโอนเงินคริปโตดังกล่าวกันในระบบ เราก็จะได้ส่วนแบ่งกลับมาเป็นอัตราส่วนที่มากหรือน้อยก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนเหรียญที่เราถือเอาไว้นั่นเอง ซึ่งถ้าราคาของเงินคริปโตสูงขึ้นก็จะทำให้ได้รับรายได้มากขึ้นตามจำนวนเหรียญที่เพิ่มขึ้น โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยเมื่อมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องก็จะเข้าตำราของ Passive Income นั่นเอง

** Proof of stake จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งเอาไว้เหมือนกันนะ และเงินคริปโตบางตัวก็ต้องการให้เป็น VPS มี Public IP ด้วย **

การเลือกเหรียญสำหรับทำ Proof of stake

การเลือกเหรียญสำหรับ Proof of stake เป็นส่วนที่ยากไม่น้อย ไม่ต่างกับการเลือกหุ้นดี ๆ มาลงทุน บางเหรียญต้องการจำนวนขั้นต่ำของระบบเยอะ แต่ราคาเหรียญไม่แพง ส่วนบางเหรียญที่มีมานานมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่งอาจจะต้องการเหรียญขั้นต่ำน้อย แต่ราคาเหรียญแพง ทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย แต่เทคนิคเบื้องต้นในการลดความเสี่ยงลงก็มีเหมือนกัน ทำเป็นเช็คลิสต์เอาไว้ก็ได้ หากเกิดภาวะติดดอยกันขึ้นมาจะได้ไม่บาดเจ็บกันมาก

  • เลือกเหรียญที่อยู่ในตลาดคริปโตมานานแล้วอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป
  • ศึกษาแผนการพัฒนาของเหรียญดังกล่าว (Roadmap) ดูว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
  • ดูสถิติย้อนหลังของเหรียญจากเว็บ Coin Market Cap ว่าสถิติราคาย้อนหลังเป็นอย่างไรบ้าง และเข้าไปอ่านในเว็บบอร์ดว่าเหรียญที่เราสนใจมีการพูดถึงทั้งแง่บวกและแง่ลบมากขนาดไหน
  • ทีมพัฒนาเงินคริปโตที่เราสนใจมีตัวตนจริง ลองพิสูจน์ได้จากหน้าแฟนเพจและโซเชี่ยลที่เหรียญแต่ละเหรียญมี ลองทำการติดต่อหรือพูดคุยเข้าไป ว่ามีการตอบกลับรวดเร็วและตรงตามที่ถามหรือไม่

ก็เป็นคำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกเงินคริปโต จริง ๆ แล้วก็มีตัวแปรและเทคนิคในการเลือกอีกมากแล้วแต่ว่าใครจะเอาประเด็นไหนมาเป็นตัวเลือก สำหรับผมนั้นถ้าที่พูดไปเบื้องต้นไม่ผ่านก็จะตัดทิ้งทันที

อ่านเพิ่มเติม : Proof of Work คืออะไร

5 รายชื่อเงินคริปโตน่าลงทุน

จากเงื่อนไขในการเลือกเหรียญลงทุน Proof of stake ที่ได้บอกไปเบื้องต้นนั้น รายชื่อต่อไปนี้จะคัดมา 12 รายชื่อที่มีอนาคตน่าลงทุนพอสมควร เอาไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการสร้าง Passive Income ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่ง ราคาเหรียญที่เราถือเอาไว้ อาจจะพุ่งทะลุเพดานขึ้นไป ถึงตอนนั้นอาจจะกลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืนก็ได้

1. NavCoin (NAV)

Nav Coin

NavCoin เป็นเหรียญที่ Fork ออกมาจาก  Bitcoin เมื่อปี 2557 และเป็นเหรียญแรก ๆ ที่มีฟีเจอร์ Proof of stake ถ้านับจากวันแรกที่เปิดตัวก็มีอายุอานาม 4 ขวบแล้ว ถึงแม้ว่าราคาจะมีความผันผวนขึ้นลงตลอดเวลา แต่ก็เป็นไปตามตลาดเงินคริปโต

การเริ่มต้น Stake เหรียญ NAV นั้น ให้ทำการติดตั้ง Wallet เอาไว้แล้วโอนเหรียญ NAV ที่มีเข้าไปใน Wallet แล้วก็เริ่มรับรายได้เลย แต่อย่าลืมเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ตลอดนะครับ ข้อดีอีกอย่างของ Nav coin คือ Wallet มีขนาดที่เล็กและกินทรัพยากรเครื่องน้อยมาก ถ้าใครที่มีความรู้ทางด้านอีเล็กทรอนิคส์หน่อย สามารถเอา Software ไปยัดไว้ใน Mainboard Raspberry Pi ได้เลยนะ เปิดทิ้งไว้เดือนนึงกินไฟถึงห้าบาทรึเปล่าก็ไม่รู้

Nav Coin

ผลตอบแทนของ NAV Coin โดยประมาณก็ปีละ 5% คำนวณง่าย ๆ เลยถ้ามีอยู่ 100 เหรียญ พอครบ 365 วันก็จะกลายเป็น 105 เหรียญนั่นเอง แต่อย่าเพิ่งดูแคลนไปนะว่าได้น้อยจัง เพราะสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดจริง ๆ ก็คือมูลค่าของเหรียญ Nav Coin ต่างหาก ตั้งแต่วันแรกที่เหรียญคลอดออกมา ตอนนี้มูลค่าสูงขึ้น   2,000% กว่า ๆ แล้วนะ

เว็บไซต์ : https://navcoin.org/en

2. NEO

Neo Coin

NEO Coin ได้ชื่อว่าเป็น Ethereum ของประเทศจีน เพราะการทำงานและฟีเจอร์พื้นฐานที่เหมือน Ethereum เป้ะ ๆ แต่ทางผู้พัฒนาของ Neo บอกว่ามีการปรับปรุงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่มีใน Ethereum ออกไปเสียสิ้น

Neo Coin

Neo เริ่มพัฒนาครั้งแรกเมื่อปี 2014 และเป็นรูปเป็นร่างเมื่อปี 2016 นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นอยู่บนพื้นฐานการทำงานของ Neo ได้เหมือน Ethereum

เว็บไซต์ : https://neo.org/

3. Lisk (LSK)

Lisk Coin

Lisk เป็นอีกเหรียญที่เกิดในช่วงคริปโตบูม ๆ คือช่วงปี 2016 แต่เหรียญ Lisk สร้างโดยคนสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อ Max Kordek และ Oliver Beddow มีจุดประสงค์อยากจะสร้างเงินคริปโตที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้มากและใช้งานง่ายที่สุด เหรียญ Lisk นั้นพัฒนาด้วย Java Script แต่มีการอ้างอิงการทำงานหลาย ๆ อย่างจาก Ethereum

Lisk Coin

ผลตอบแทนของ Lisk นั้นจ่ายทุกเดือน แต่จากสถิติของผู้ที่ Staking เหรียญ Lisk จะสรุปได้ว่าผลตอบแทนจะอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี ผู้ที่จะ Stake เหรียญ Lisk ต้องมีจำนวนเหรียญอย่างน้อย 400LSK

เว็บไซต์ : https://lisk.io/

4. ARK

Ark จะมีความใกล้เคียงกับ Lisk ตรงที่มีการใช้ฟีเจอร์ Delegated Proof of Stake (DPos) ซึ่งข้อดีของ Ark ก็คือไม่จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์เอาไว้ตลอดเวลา การ Stake เหรียญ Ark จะทำโดยฟังก์ชั่นโหวต คือแค่ส่งจำนวนในการโหวตเข้าไปในระบบของ Ark แค่นี้ก็รอรับผลตอบแทนกลับมาแล้วล่ะ

ark-coin

การจ่ายผลตอบแทนค่อนข้างแปรผันตามจำนวนของโหวตที่ส่งไป แต่โดยเฉลี่ยแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 10-12%

เว็บไซต์ : https://ark.io/

5. Reddcoin (RDD)

Reddcoin

เงินคริปโตตัวสุดท้ายที่อยากแนะนำสำหรับบทความซีรี่ส์นี้ชื่อว่า Reddcoin (RDD) ซึ่งเป็นเหรียญที่ทีมพัฒนาได้ยามตัวเองว่าเป็น Social Currency

สามารถเริ่ม Stake เหรียญ Reddcoin ได้โดยการติดตั้ง Wallet และส่งเงิน Reddcoin ไปไว้ที่ Wallet ของเรา หลังจากนั้นต้องเปิดโปรแกรมให้ทำงานเอาไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ถึงจะเข้าข่ายสามารถเริ่มรับผลตอบแทนได้ แต่ช่วงเริ่มต้นอาจจะต้องโหลดข้อมูล Blockchain นานเอาการเหมือนกัน ผลตอบแทนโดยประมาณอยู่ที่ 5% ต่อปี

เว็บไซต์ : https://reddcoin.com/


เงินคริปโตที่มีฟีเจอร์ Proof of stake นั้นมีจำนวนที่มากมายมหาศาลมาก ในบทความนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเลือกเงินคริปโตบางสกุลเอามาแนะนำก่อน ให้ผู้อ่านได้เริ่มศึกษาและหารายได้ไปกับเหรียญดังกล่าว แต่ซีรี่ส์นี้จะแบ่งไปเป็นสองส่วน ซึ่งอีกส่วนก็จะแนะนำเหรียญคริปโตที่สามารถสร้างรายได้เป็น Passive Income อีก 5 รายชื่อ


บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เว็บไซต์ กาเหว่า สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและใส่ลิงค์กลับมาที่บทความนี้ทุกครั้ง

ภาพประกอบ : https://www.freepik.com

Related posts